สุดสลด!  ลูกชายหลอนเห็นแม่เป็นปอบ ใช้ครกทุ่มดับคาบ้าน

สุดสลด!  ลูกชายหลอนเห็นแม่เป็นปอบ ใช้ครกทุ่มดับคาบ้าน
มติชน
28 สิงหาคม 2564 ( 17:01 )
14
สุดสลด!  ลูกชายหลอนเห็นแม่เป็นปอบ ใช้ครกทุ่มดับคาบ้าน

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. เวลา 13.00 น. ร.ต.อ.วิศรุต ฤทธิ์ศรีบุญ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดเหตุชายคลุ้มคคลั่งฆ่าผู้เป็นมารดาของตนเองจนเสียชีวิตที่หมู่บ้านอ่าวสีเสียด ภายในบ้านไม่มีเลขที่ จ.ฉะเชิงเทรา โดยที่ชาวบ้านได้ช่วยกันทำการควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้แล้ว จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นกระต๊อบมุงด้วยแผ่นกระเบื้องยิปซั่ม ปลูกสร้างแบบชั่วคราวฝาบ้านตีแปะปิดผนึกด้วยสังกะสีและแผ่นไม้อัด ตั้งอยู่คู่กันจำนวน 2 หลัง พบร่างของ นางนพรัตน์ ไพศาลศิลป์ อายุ 67 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง นอนอยู่บนพื้นกระดานของตัวบ้านที่ปูรองด้วยเสื่อน้ำมัน ภายในกระท่อมหลังเล็กลักษณะยกพื้นสูงประมาณ 80 ซม.

 

 

สอบถามชาวบ้านที่ได้ทำการควบคุมตัว และพันธนาการผู้ก่อเหตุมัดแขนขาเอาไว้ด้วยเชือก พร้อมกับทางผู้นำชุมชน (ผู้ใหญ่บ้าน ม.4 และ ส.อบต.) เอาไว้ได้ ทราบชื่อ คือ นายกนก ยะคะเรศ อายุ 44 ปี เป็นบุตรชายของผู้เสียชีวิตเอง ซึ่งมีอาการป่วยด้วยโรคทางจิตเวช และมีอาการหลอนก่อนลงมือก่อเหตุสลดขึ้นในครั้งนี้

 

 

โดยหลังจากนายกนก ได้ทำการลงมือก่อเหตุมาตุฆาตมารดาของตนเองแล้ว ยังได้วิ่งไปบอกกับทางเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ห่างจากกระท่อมที่เกิดเหตุไปประมาณกว่า 100 เมตร ด้วยว่าได้เป็นผู้ลงมือฆ่าปอบได้สำเร็จแล้วอีกด้วย ซึ่งนายกนก เล่าว่า มารดาซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงได้ร้องบอกกับตนเองว่าหิวข้าว และอยากจะกินโน่น กินนี่ คล้ายกับว่ามีปอบเข้ามาสิงร่าง ตนจึงต้องรีบลงมือฆ่าปอบทิ้งเพื่อกำจัดไม่ให้ปอบเข้าไปสิงร่างของใครได้อีก นายกนก ระบุ

 

 

หลังจากทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าทำการตรวจสอบยังในที่เกิดเหตุแล้ว ได้ทำการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ ซึ่งมีทั้งมีดทำครัวขนาดยาวประมาณ 20 ซม. ที่ตกอยู่ใกล้กับร่างของผู้เสียชีวิตทางด้านซ้ายมือ และเศษซากของครกตำน้ำพริกเอาไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับได้ประสานไปยังกองกำกับการพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ให้เดินทางมาตรวจสอบยังในที่เกิดเหตุ และเก็บรวบรวมหลักฐานทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ภายในบริเวณในที่เกิดเหตุเอาไว้ด้วย

 

 

ส่วนร่างของผู้เสียชีวิต ทางเจ้าหน้าที่ได้มอบหมายให้ทางอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยพนมสารคาม นำส่งไปชันสูตรทางนิติเวชอีกครั้ง ยังที่ รพ.ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพฯ รัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี อ.องครักษ์ จ.นครนายก เพื่อหาสาเหตุการตาย และพยานหลักฐานสำคัญทางนิติวิทยาศาสตร์อีกครั้งต่อไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง