รีเซต

CK ปี 67 กำไร 1,446 ลบ. ลดลง 3.67% จ่ายปันผล 0.15 บ. ขึ้น XD 12 มี.ค.

CK ปี 67 กำไร 1,446 ลบ. ลดลง 3.67% จ่ายปันผล 0.15 บ. ขึ้น XD 12 มี.ค.
ทันหุ้น
28 กุมภาพันธ์ 2568 ( 13:44 )
12

 

#CK #ทันหุ้น – บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK แจ้งผลการดำเนินงานปี 2567 มีกำไรสุทธิ 1,446 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.85 บาท ลดลง 3.67% เทียบกับปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,501 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.89 บาท สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทั้งค่าใช้จ่ายบริหารและต้นทุนทางการเงิน

.

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 27 ก.พ.68 มีมติให้จ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) 13 มี.ค.2568 วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 12 มี.ค. 2568 วันที่จ่ายปันผล 28 เม.ย. 2568 จ่ายปันผลจาก งวดดำเนินงานวันที่ 1 ก.ค. 2567 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2567 และกำไรสะสม

.

กำหนดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์  วันที่ 11 เม.ย. 2568 เวลา 14.00 น. วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุม (Record date) 13 มี.ค. 2568 วันที่ไม่ได้รับสิทธิเข้าประชุม 12 มี.ค. 2568

วาระการประชุมที่สำคัญ :

- จ่ายปันผลเป็นเงินสด

- การเปลี่ยนแปลง/ต่อวาระกรรมการ

 

บล.บัวหลวงระบุว่า CK รายงานขาดทุนสุทธิไตรมาส 4/67 ที่ 171 ล้านบาท พลิกจากกำไร 156 และ 1,008 ล้านบาท ในไตรมาส 4/66 และไตรมาส 3/67 ตามลำดับ ผิดจากที่เราและตลาดคาดว่าจะกำไร 154 และ 46 ล้านบาท ตามลำดับ เกิดจากส่วนแบ่งขาดทุนจาก บจ. หลวงพระบาง พาวเวอร์ หรือ LPCL มากกว่าคาด ดอกเบี้ยจ่ายมากกว่าคาด และ รายได้อื่นน้อยกว่าคาด

ทั้งนี้ บริษัทประคาศจ่ายเงินปันผล 0.15 บาท/หุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ 1.1% ขึ้น XD วันที่ 12 มี.ค. และจ่ายเงิน 28 เม.ย. 2568

นอกจากนี้ CK ประกาศเรื่องสำคัญ คือ คณะกรรมการบริษัท ได้อนุมัติให้มีการจำหน่ายเงินลงทุนใน บจ. หลวงพระบาง พาวเวอร์ หรือ LPCL (โรงไฟฟ้าที่ลาว ที่กำลังก่อสร้าง ซึ่ง CK ถือหุ้นอยู่ 20%) ให้กับ TTW ในสัดส่วนการถือหุ้น 10% (จะเหลืออยู่ 10%) มูลค่า 2.76 พันล้านบาท โดยประเด็นนี้ต้องติดตามการชี้แจงเพิ่มเติมจากบริษัทต่อไป

แนวโน้มกำไรไตรมาส 1/68 คาดทรงตัว YoY จากส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้น (แนวโน้ม CKP ได้อานิสงส์จากน้ำมากกว่าปีที่แล้วที่เป็น El Nino และเบื้องต้นคาดผลกระทบของกำไร-ขาดทุน LPCL ลดลง) และ QoQ ดีขึ้นจากขาดทุน

บล.บัวหลวงปรับลดประมาณการกำไรปี 2568 ลง 16% เหลือ 1.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY ส่วนผลกระทบกรณีขายหุ้นใน LPCL สัดส่วน 10% ให้ TTW ยังไม่ได้ปรับในประมาณการปัจจุบัน (รอรายละเอียด Timeline และแนวทางการบันทึกทางบัญชีต่างๆ) ทั้งนี้ เบื้องต้นประเมินว่าการปรับโครงสร้างการถือหุ้นภายในกลุ่มครั้งนี้ จะส่งผลให้ระยะยาวผลกำไรของ CK ผันผวนน้อยลง เนื่องจากเดิม รับรู้ผลประกอบการ LPCL เป็นส่วนแบ่งกำไร-ขาดทุน ซึ่งผันผวนมาก จะถูกเปลี่ยนมาเป็นการรับรู้เป็นเงินปันผลเมื่อได้รับแทน

ระยะสั้นคาดกำไรที่ต่ำคาด และการปรับประมาณการของตลาดจะกดดันราคาหุ้น นักลงทุนสายเก็งกำไรอาจจะเลี่ยงไปก่อน แต่สำหรับนักลงทุนระยะยะยาว เรายังชอบ CK มากสุดในกลุ่ม โดยมองจุดเด่นจาก Backlog แกร่ง และระยะถัดไปความผันผวนผลประกอบการจะลดลง

.

บล.กสิกรไทยระบุว่า CK ประกาศลดการถือหุ้นในโครงการ LPCL ลงจาก 20% เป็น 10% ด้วยมูลค่าขายที่ 2.7 พันลบ. ขณะที่มูลค่าทางบัญชีอยู่ที่เพียงแค่ 1.3 พันลบ. ทำให้เปลี่ยนวิธีบันทึกบัญชีจากบริษัทร่วมเป็นเงินลงทุน คาดจะลดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลง, ลดความผันผวนของกำไร/ผลขาดทุนจาก FX และคาดจะรับรู้กำไรจากการขายหุ้น

แนวโน้ม เรายังคาดว่ากำไรจากการดำเนินงานก่อสร้างของ CK จะเติบโตขึ้นต่อเนื่อง YoY ในปี 2568 หนุนจากรายได้ที่มากขึ้นจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง, LPCL, รถไฟรางคู่และรถไฟฟ้าสายสีส้ม ในส่วนของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เราคาดว่าจะกลับมาอยู่ระดับปกติที่ 400-500 ลบ./ไตรมาส หลังจัดประเภทโครงการ LPCL ในครึ่งหลังปีนี้

บล.กสิกรไทยคงคำแนะนำ "ซื้อ" CK ด้วยราคาเป้าหมาย อิงด้วยวิธี SOTP ที่ 27.30 บาท เราชอบ CK จากแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง ในเชิง YTD ราคาหุ้นลดลง 23% ขณะที่ยอด backlog เติบโตขึ้น 70% นอกจากนี้ ส่วนลดการถือครองยังลดลง 45.1% เทียบกับระดับเฉลี่ยในอดีตที่ 31.5%

 

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง