เงินประกันสังคม จ่ายแล้วไปไหน คุ้มไหมที่เราจะส่งต่อ

เงินประกันสังคมจ่ายแล้วไปไหน คุ้มไหมที่เราจะส่งต่อ หลังเผชิญข่าวนำเงินกองทุนไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ และเสี่ยงล้มละลายในอีกเกือบ 30 ปีข้างหน้า
875 บาท คือ เงินของมนุษย์เงินเดือนในระบบประกันสังคม ตามมาตรา 33 ที่ถูกหักออกจากเงินเดือนทุกเดือน เพื่อนำส่งเข้าสู่กองทุนประกันสังคม โดยหวังว่า ยามเจ็บป่วย เกษียณ หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต เราจะสามารถพึ่งพาเงินเหล่านี้ได้
แต่ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ประกันตนจำนวนมากเริ่มตั้งคำถาม เมื่อพบว่าเงินที่พวกเขาส่งไป อาจกำลังถูกนำไปใช้ในลักษณะที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุน จนนำไปสู่คำถามสำคัญว่า เงินที่ถูกหักจากเงินเดือนทุกเดือนเป็นเวลาหลายปีนั้น ถูกนำไปใช้อย่างไร และคุ้มค่าจริงหรือไม่ที่จะต้องส่งต่อระบบนี้ต่อไป
เรามาชำแหละกันดูว่า เงินที่พวกเราส่งเข้าไปในระบบ ถูกจัดสรรไปใช้อะไรบ้าง
กรณีนี้ ขอยกตัวอย่างของผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 มนุษย์เงินเดือนในระบบจะถูกหักเงินสมทบสูงสุด 875 บาท หรือ 5% ของเงินเดือน โดยคำนวณจากฐานเงินเดือนสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท ซึ่งเป็นเพดานเงินเดือนล่าสุดที่ปรับในปี 2569 เงินจำนวนนี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
ส่วนที่ 1 เงินคุ้มครอง 1.5% หรือคิดเป็น 262.50 บาท ใช้ดูแลเรายามเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร และเสียชีวิต แต่ถ้าหากเราไม่ได้ใช้สิทธิ์ เงินส่วนนี้จะไม่ได้รับเงินคืน
ส่วนที่ 2 เงินประกันการว่างงาน 0.5% หรือ 87.50 บาท ใช้เป็นเงินชดเชยระหว่างการว่างงานหรือถูกเลิกจ้าง หากไม่ยื่นใช้สิทธิ์ ก็จะไม่ได้รับเงินส่วนนี้คืนเช่นกัน
ส่วนที่ 3 เงินชราภาพ 3% หรือ 525 บาท ส่วนนี้ จะเป็นเงินออมยามเกษียณ รวมถึงคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการสงเคราะห์บุตร ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
แม้เราจะรู้แล้วว่า เงิน 875 บาทถูกจัดสรรอย่างไร แต่คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่า เงินถูกแบ่งไปไหนหากแต่อยู่ที่ว่า สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนได้รับกลับมา สอดคล้องกับเงินที่จ่ายไปหรือไม่
เมื่อสำนักงานประกันสังคมถูกตั้งคำถามถึงการนำเงินกองทุนไปใช้ในโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน เช่น จัดทำปฏิทิน 450 ล้านบาท, ซื้อตึก Skyy 9 7,000 ล้านบาท ซึ่งถูกมองว่า สูงกว่าราคาประเมิน, ปรับปรุงโรงอาหารในกระทรวงแรงงาน 12 ล้านบาท หรือนำไปลงทุนหุ้น TU Dome ซึ่งมีความเสี่ยงสูง 800 ล้านบาท ที่ตอนนี้มูลค่าหุ้นที่ประกันสังคมถืออยู่เหลือไม่ถึง 100 ล้านบาท ซึ่งถูกเปิดโปงโดยรักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน
คำถามเรื่อง ความคุ้มค่าจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่ระดับบุคคล แต่ขยายไปถึงประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการบริหารเงินของกองทุนขนาดใหญ่ที่อาศัยเงินจากผู้ใช้แรงงานเป็นหลัก
เพราะในขณะที่ผู้ประกันตนจำนวนมากยังต้องเผชิญข้อจำกัดของสิทธิประโยชน์ ทั้งเพดานค่ารักษา เงินชดเชยว่างงาน หรือเงินบำนาญชราภาพที่อาจไม่เพียงพอกับค่าครองชีพในอนาคต เงินสมทบที่พวกเขาจ่ายไปกลับถูกนำไปใช้ในโครงการที่ไม่ได้สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนของผู้ส่งเงิน
คำถามว่า คุ้มไหมที่เราจะส่งต่อ ? จึงไม่ใช่การปฏิเสธระบบประกันสังคม แต่คือการเรียกร้องให้การบริหารเงินของผู้ประกันตนต้องโปร่งใส รอบคอบ และยึดประโยชน์ของแรงงานเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
