รีเซต

ออสเตรเลียผวา “ฉลาม” พบเหตุโจมตี 4 ครั้งใน 2 วัน! ทางการสั่งปิดชายหาดกว่า 40 แห่ง

ออสเตรเลียผวา “ฉลาม” พบเหตุโจมตี 4 ครั้งใน 2 วัน! ทางการสั่งปิดชายหาดกว่า 40 แห่ง
TNN ช่อง16
22 มกราคม 2569 ( 11:00 )
25

ชายหาดในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ของออสเตรเลียเผชิญสถานการณ์ตึงเครียด หลังเกิดเหตุฉลามโจมตีถึง 4 ครั้งภายในระยะเวลาเพียง 48 ชั่วโมง ส่งผลให้ทางการต้องสั่งปิดชายหาดอย่างน้อย 40 แห่ง ท่ามกลางคำเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการลงเล่นน้ำในช่วงวันหยุดฤดูร้อน


รายงานระบุว่า เหตุโจมตีทั้งหมดเชื่อมโยงกับ “ฉลามบูล” (Bull shark) ซึ่งเป็นฉลามขนาดใหญ่ ลำตัวหนา มีกระดูกขากรรไกรแข็งแรง และมักอาศัยอยู่ในน้ำขุ่นบริเวณปากแม่น้ำ โดยเฉพาะหลังเกิดฝนตกหนัก


เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เมื่อเด็กชายวัย 12 ปี ถูกฉลามโจมตีขณะกระโดดเล่นน้ำกับเพื่อน ๆ บริเวณโขดหินที่ย่านวอคลูส ในอ่าวซิดนีย์ โดยมีรายงานว่าฉลามบูลอย่างน้อยหนึ่งตัวซ่อนตัวอยู่ใต้น้ำขุ่นใต้โขดหิน เด็กชายถูกเพื่อนช่วยดึงขึ้นจากน้ำ และเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินได้ปฐมพยาบาลด้วยการรัดห้ามเลือดที่ขาทั้งสองข้าง ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในอาการวิกฤต


ต่อมาในวันจันทร์ เกิดเหตุฉลามโจมตีนักโต้คลื่นวัย 25 ปี ที่หาดนอร์ทสตีนย์ ย่านแมนลี แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทางตอนเหนือของซิดนีย์ ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ขาและยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาล


ก่อนหน้านั้นในวันเดียวกัน เด็กวัย 11 ปีรอดชีวิตจากเหตุฉลามกัดกระดานโต้คลื่นบริเวณจุดดีไวพอยต์ โดยพบรอยกัดยาวประมาณ 15 เซนติเมตร ขณะที่วันถัดมา มีรายงานนักโต้คลื่นอีกคนถูกฉลามงับกระดานที่พอยต์โพลเมอร์ บนชายฝั่งตอนกลางของรัฐนิวเซาท์เวลส์ โชคดีได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและออกจากโรงพยาบาลแล้ว


“สตีฟ เพียร์ซ” ประธานหน่วยกู้ภัยทางทะเล NSW Surf Life Saving ระบุว่า แม้จะพบเห็นฉลามหรือเหตุฉลามเฉี่ยวชนมนุษย์เป็นครั้งคราว แต่การเกิดเหตุโจมตีจริงถึง 4 ครั้งในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่นนี้ ถือเป็นเรื่องที่พบได้ยากอย่างยิ่ง


ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า สาเหตุสำคัญมาจากฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ในซิดนีย์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าหนักที่สุดในรอบกว่า 10 ปี ทำให้น้ำทะเลขุ่นและเกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะต่อการเข้ามาหากินของฉลามบูล โดยฉลามชนิดนี้สามารถอาศัยได้ทั้งในน้ำจืดและน้ำเค็ม และมักตามแหล่งอาหารที่ถูกน้ำฝนพัดจากปากแม่น้ำออกสู่ทะเล


นอกจากนี้ ช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ฉลามบูลจากน่านน้ำทางตอนเหนือจะเคลื่อนตัวลงมาทางตอนใต้ เข้าสู่ชายหาดยอดนิยมรอบซิดนีย์ ขณะที่น้ำขุ่นทำให้ฉลามไม่สามารถมองเห็นได้ชัด จึงใช้การกัดเพื่อรับรู้สิ่งรอบตัว ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเมื่อเกิดกับมนุษย์


แม้ทางการจะสั่งปิดชายหาดหลายแห่ง แต่ยังมีประชาชนบางส่วนฝ่าฝืนคำเตือน โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ที่คาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งสูง ก่อนวันหยุดวันชาติออสเตรเลีย (Australia Day) ซึ่งมักมีผู้คนหลั่งไหลไปยังชายหาดเป็นจำนวนมาก


หน่วยกู้ภัยทางทะเลได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง ทั้งการใช้โดรนบินตรวจจับฉลาม เฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนทางอากาศ และเจ้าหน้าที่ขับเจ็ตสกีตรวจคุณภาพน้ำและสอดส่องความเคลื่อนไหวของฉลามตามแนวชายฝั่ง


ด้านวินเซนต์ ราอูลต์ อาจารย์อาวุโสด้านนิเวศวิทยาทางทะเลจากมหาวิทยาลัยกริฟฟิธ ระบุว่า โดยปกติอาจต้องใช้เวลานานถึงหนึ่งสัปดาห์หลังฝนตกหนักกว่าน้ำจะใสขึ้นและความเสี่ยงจากฉลามบูลจะลดลง พร้อมย้ำว่า ยังไม่มีหลักฐานว่าประชากรฉลามบูลรอบซิดนีย์เพิ่มขึ้น แต่การพบปะระหว่างมนุษย์กับฉลามมีแนวโน้มมากขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้ใช้ชายหาดเพิ่มขึ้น และการพัฒนาเมืองที่รุกล้ำถิ่นอาศัยของฉลาม


ขณะที่คริส มินส์ มุขมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ ยอมรับว่า ระบบเตือนภัยและการสื่อสารความเสี่ยงต่อสาธารณชนจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนและน้ำทะเลขุ่น ซึ่งถือเป็นช่วงอันตรายอย่างยิ่งต่อการลงเล่นน้ำ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง