ASML ร่วงหนัก - Intel บวกแรง ยาลดความอ้วนหนุน Roche - HSBC ลดเป้า QCOM

#หุ้นต่างประเทศ #ทันหุ้น - บล.เอเซียพลัสรายงานภาวะตลาดหุ้นต่างประเทศ
หุ้นสหรัฐปรับตัวลดลง ดัชนี S&P500 -1.39% และ NASDAQ -2.76% ทำระดับต่ำสุดในรอบ 1 สัปดาห์ โดยถูกกดดันจากกลุ่ม Technology โดยเฉพาะอุตสาหกรรม Semiconductor หลังสหรัฐกำลังพิจารณาควบคุมการส่งออกอุปกรณ์ผลิตชิปไปยังจีนเพิ่มเติมสวนทาง Dow Jones +0.59% ที่ทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ต่อเนื่อง 3 วันติดต่อกัน ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Goldman Sach มองตลาดอาจเผชิญการปรับฐานในระยะสั้น และไม่แนะนำให้ใช้กลยุทธ์ Buy On Dip
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยดัชนี STOXX600 -0.70% ถูกกดดันจากกลุ่ม Semiconductor หลังสหรัฐกำลังพิจารณาควบคุมการส่งออกอุปกรณ์ผลิตชิปไปยังจีนเพิ่มเติม ด้านกลุ่ม Healthcare ปรับตัวลดลง นำโดย Novo Nordisk หลังผลการทดลองยารักษาโรคอ้วนเบื้องต้นของ Roche เป็นไปได้ด้วยดี
วานนี้ดัชนี HSI Index +0.06% หลังไร้ปัจจัยใหม่สนับสนุนขณะที่นักลงทุนติดตามการประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากการประชุม Third Plenum ที่คาดว่าจะสิ้นสุดในวันพฤหัสบดีนี้ ด้านกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวขึ้นนำตลาด ส่วนกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ปรับตัวลง
หุ้นอัพเดท ASML, Roche, Novo Nordisk, Eli Lilly, Viking Therapeutics, Intel, Qualcomm
STOCK HIGHLIGHT
ASML (ASML NA) ปรับตัวลง 4.95% หลังบริษัทเผยผลประกอบการโตรมาส 2 ออกมาดีกว่าคาดแต่ได้รับผลกระทบจากการประมาณการรายได้สำหรับไตรมาส 3 ของผู้บริหารที่ออกมาต่ำกว่าคาด โดยรายได้รวมออกมาอยู่ที่ 6.24 พันล้านยูโรหดตัวลง 9.55% YoY แต่เติบโต 18% QoQ ดีกว่าคาดที่ 6.0 พันล้านยูโร
- รายได้หลักยังมาจากการขายเครื่อง lithography ที่หดตัวลง 14.21% YoY แต่เติบโต 20% QoQ มาอยู่ที่ 4.76 พันล้านยูโร และออกมาดีกว่าคาดที่ 4.68 พันล้านยูโร โดยรายได้จากการขายเครื่อง ArFi มีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 50% ขยายตัวจากไตรมาสก่อนหน้าที่มีสัดส่วนรายได้อยู่เพียงแค่ 39% และรายได้ยังมีการเติบโต 53.9% QoQ โดยเครื่องในส่วนนี้เป็นเครื่องสำหรับการผลิตชิปใน node 10nm – 7nm ขณะที่รายได้จากการขายเครื่อง EUV ซึ่งเป็นเครื่องสำหรับการผลิตชิปในnode ที่ต่ำกว่า 7nm มีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 31% ลดลงมาจาก 46% ในไตรมาสก่อนหน้า
- สำหรับไตรมาสนี้รายได้ในส่วนของลูกค้า Logic มีสัดส่วนที่หดตัวลงจาก 63% ในไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 54% ขณะที่รายได้จาก Memory มีการขยายตัวขึ้นจาก 37% มาอยู่ที่ 46%
- เมื่อดูรายได้แบ่งตามภูมิภาค รายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากจีนที่มีสัดส่วยรายได้อยู่ที่ 49% ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจาก ไตรมาสก่อนหน้า
- สำหรับยอด Bookings ในไตรมาสนี้มีการเติบโต 23.71%YoY และ 54% QoQ อยู่ที่ 5.57พันล้านยูโร สูงกว่าคาดที่ 4.41 พันล้านยูโร ซึ่งเป็นยอด Bookings เครื่อง EUV 2.25 พันล้านยูโร มากกว่าคาดที่ 2.2พันล้านยูโร ได้แรงหนุนจากลูกค้าในกลุ่ม Logic ที่มีสัดส่วนต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้นจาก 41% ในไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ 73%
- ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นออกมาอยู่ที่ 51.5%ขยายตัวจาก 51% ในไตรมาสก่อนหน้าและยังออกมาดีกว่าคาดที่ 50.6%ขณะที่อัตรากำไรจากการดำเนินงานออกมาอยู่ที่ 29.4%ขยายตัวจาก 26.3% ในไตรมาสก่อนหน้าและออกมาดีกว่าคาดที่ 27.7%ส่งผลให้กำไรสุทธิต่อห้นออกมาอยู่ที่ 4.01 ยูโร หดตัวลง 18.66% YoY เติบโต 28.9% QoQ และยังออกมาดีกว่าคาดที่ 3.74ยูโร
- สำหรับไตรมาส 3ผู้บริหารมองรายได้อยู่ระหว่าง 6.7 - 7.3 พันล้านยูโร ต่ำกว่าคาดที่ 7.46พันล้านยูโร ขณะที่คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นต้นอยู่ระหว่าง 50 - 51%ซึ่งค่าเฉลี่ยสูงกว่าคาดที่ 51.1%
Roche (ROG SW) ปรับตัวขึ้น 5.83%สวนทางกลับ Novo Nordisk (NVO US, NOVOB DC) -3.87%, Eli Lily (LLY US) -3.82% และ Viking Therapeutics (VKTX US) -12.56% หลังทางด้านบริษัทผู้ผลิตยาจากสวิตเซอร์แลนด์เผยผลการทดลองยาลดน้ำหนักแบบกินที่สามารถช่วยลดน้ำหนักให้กับผู้ป่วยโรคอ้วนได้จากการศึกษาในระยะแรก
- โดยตัวยาทดลอง CT-996แบบรับประทานวันละครั้งของทาง Roche นั้น ที่มีการเลียนแบบการทำงานของฮอร์โมน GLP-1 ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ถูกปล่อยออกมาจากลำไส้หลังจากการรับประทานอาหาร แสดงให้เห็นถึงการลดน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากผู้ทดลองรับประทานไปสี่สัปดาห์ ซึ่งช่วยลดน้ำหนักได้ 7.3% เทียบกับยาหลอกที่ลดลง 1.2%
Intel (INTC US) ปรับตัวขึ้น 4.81%หลังมีรายงานว่าฝ่ายบริหารของ Joe Biden กำลังพิจารณามาตรการควบคุมการค้ากับจีนอย่างเข้มงวดขึ้น ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ ASML และ Tokyo Electron
- มากไปกว่านั้นราคาหุ้นของ Intel ยังได้แรงหนุนจากคำพูดของอดีตประธานาธิบดี Donald Trump เนื่องจากมองว่าไต้หวันควรจ่ายเงินให้สหรัฐ สำหรับการคุ้มกันโดยชี้ว่าไต้หวันไม่ได้ให้อะไรกับสหรัฐ Trump ยังกล่าวถึงอุตสาหกรรมชิปของไต้หวันที่เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก โดยระบุว่าไต้หวันครอบครองธุรกิจชิปของสหรัฐเกือบทั้งหมด
- ด้วยเหตุนี้แม้หุ้นในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์จะลดลงหลังได้รับแรงกดดันจากเซนทิเมนต์ดังกล่าว แต่ Intel เป็นหนึ่งกลับปรับตัวขึ้น โดยนักวิเคราะห์จาก Mizuho มองว่า Intel (INTC US) และ Texas Instrument (TXN US) จะเป็นผู้ชนะหากรัฐบาลจำกัดการเข้าถึงเซมิคอนดักเตอร์ของจีนมากขึ้น
Qualcomm (QCOM US) ปรับตัวลง 6.52%หลังนักวิเคราะห์จาก HBSC ปรับลดคำแนะนำลงจาก Buy มาเป็น Hold และยังปรับราคาเป้าหมายลงจาก $200มาอยู่ที่ $190 ต่อหุ้น เนื่องจากมองว่าบริษัทขาดปัจจัยเชิงบวกเพื่อสนับสนุนการเติบโตของราคาหุ้นในระยะสั้น
- มากไปกว่านั้นมองว่ารายได้ในไตรมาส 3จะออกมาตรงคาดแต่ไตรมาส 4 มีโอกาสออกมาต่ำคาด นักวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นว่าความอ่อนแอของตลาดสมาร์ทโฟนยังคงมีอยู่และอาจต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่สี่ของปี 2024
-โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ายอดขายของสมาร์ทโฟน Android ในจีนมีโอกาสหดตัวลง 15% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รวมไปถึงการเปิดตัวชิป Snapdragon X Elte/ X Plus ซึ่งรับเสียงตอบรับที่ผสมผสาน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
