รีเซต

กัมพูชาเคลมโบราณวัตถุ จุดกระแสสนใจ “เศียรพระในรากไม้” อยุธยา

กัมพูชาเคลมโบราณวัตถุ จุดกระแสสนใจ “เศียรพระในรากไม้” อยุธยา
TNN ช่อง16
11 มีนาคม 2569 ( 10:32 )
4

กระแสเคลมโบราณวัตถุในโลกออนไลน์

ช่วงที่ผ่านมา โลกออนไลน์เกิดกระแสถกเถียงเกี่ยวกับโบราณวัตถุในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ชาวกัมพูชาบางรายออกมาแสดงความคิดเห็นว่า โบราณสถานบางแห่งมีรากเหง้าจากอารยธรรมเขมรโบราณ พร้อมยกตัวอย่างสถานที่ในกัมพูชา เช่น วัดสวายชุม เมืองเสียมราฐ เพื่อเปรียบเทียบกับโบราณสถานในไทย

ประเด็นดังกล่าวทำให้ชื่อของ “เศียรพระพุทธรูปในรากไม้” ที่วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ทั้งในฐานะโบราณวัตถุสำคัญของไทย และเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่มีเรื่องราวยาวนานกว่า 100 ปี


เศียรพระในรากไม้ แลนด์มาร์กสำคัญของอยุธยา

“เศียรพระพุทธรูปในรากไม้” ตั้งอยู่ภายในวัดมหาธาตุ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ถือเป็นหนึ่งในภาพจำของการท่องเที่ยวไทยที่นักเดินทางจากทั่วโลกต้องแวะมาชม

เศียรพระดังกล่าวเป็นพระพุทธรูปหินทราย ศิลปะสมัยอยุธยา ถูกโอบล้อมด้วยรากของต้นโพธิ์ขนาดใหญ่จนเหลือให้เห็นเพียงพระพักตร์ที่ปรากฏอยู่ท่ามกลางรากไม้ ภาพที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินี้กลายเป็นจุดดึงดูดสายตาและสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน

ด้วยความงดงามและเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ใด เศียรพระในรากไม้จึงถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน “Unseen Thailand” ที่มีชื่อเสียงระดับโลก


ประวัติที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์เสียกรุง

นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า เศียรพระพุทธรูปองค์นี้น่าจะหลุดออกจากองค์พระพุทธรูปเดิมในช่วงเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2310

ในช่วงเวลาที่เมืองถูกทำลาย พระพุทธรูปจำนวนมากถูกทุบทำลาย เศียรพระองค์นี้อาจตกลงมาบริเวณโคนต้นโพธิ์ใกล้กับวิหารราย จากนั้นเวลาผ่านไปหลายสิบปี รากของต้นโพธิ์ค่อย ๆ เติบโตและห่อหุ้มเศียรพระไว้

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือภาพที่ดูเหมือนรากไม้กำลังโอบอุ้มพระพักตร์ของพระพุทธรูปอย่างสงบงาม ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภาพทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของอยุธยา


วัดมหาธาตุ ศูนย์กลางศาสนาในอดีต

วัดมหาธาตุเป็นพระอารามสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ใจกลางพระนครและเคยใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญของราชสำนัก

พระปรางค์ประธานของวัดได้รับอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมจากศิลปะขอม และเคยเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางทางศาสนาในยุคนั้น

หลังจากกรุงศรีอยุธยาถูกทำลาย วัดมหาธาตุกลายเป็นซากโบราณสถาน ก่อนที่กรมศิลปากรจะเข้ามาบูรณะและสำรวจทางโบราณคดี จนพบโบราณวัตถุสำคัญหลายชิ้น รวมถึงจารึกและเครื่องทองจำนวนมาก

ปัจจุบันพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534

จุดท่องเที่ยวระดับโลกของอยุธยา

ทุกวันนี้ เศียรพระในรากไม้กลายเป็นจุดเช็กอินสำคัญที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางมาชม

ผู้เยี่ยมชมมักนั่งหรือนั่งคุกเข่าเพื่อถ่ายภาพให้ระดับศีรษะต่ำกว่าพระพักตร์ ซึ่งเป็นการแสดงความเคารพต่อพระพุทธรูปตามธรรมเนียมของสถานที่

บริเวณรอบวัดมหาธาตุยังมีโบราณสถานสำคัญอีกหลายแห่ง เช่น

  • วัดราชบูรณะ

  • วัดพระราม

  • วัดพระศรีสรรเพชญ์

สถานที่เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่มรดกโลกและเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรอยุธยา


ข้อมูลการเข้าชม

วัดมหาธาตุตั้งอยู่บนถนนนเรศวร ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงเย็น

ค่าเข้าชม

  • คนไทย 10 บาท

  • ชาวต่างชาติ 50 บาท

สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้สะดวก ใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง


มรดกทางประวัติศาสตร์ที่โลกจดจำ

แม้กระแสถกเถียงเรื่องอารยธรรมในภูมิภาคจะเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่ “เศียรพระพุทธรูปในรากไม้” ที่วัดมหาธาตุยังคงเป็นหลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา

ภาพพระพักตร์ที่สงบนิ่งท่ามกลางรากไม้เก่าแก่ไม่เพียงเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงอดีตอันยิ่งใหญ่ของเมืองหลวงโบราณของไทย ที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์และส่งต่อเรื่องราวสู่คนรุ่นหลังต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง