กัมพูชาเคลมโบราณวัตถุ จุดกระแสสนใจ “เศียรพระในรากไม้” อยุธยา

กระแสเคลมโบราณวัตถุในโลกออนไลน์
ช่วงที่ผ่านมา โลกออนไลน์เกิดกระแสถกเถียงเกี่ยวกับโบราณวัตถุในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่ออินฟลูเอนเซอร์ชาวกัมพูชาบางรายออกมาแสดงความคิดเห็นว่า โบราณสถานบางแห่งมีรากเหง้าจากอารยธรรมเขมรโบราณ พร้อมยกตัวอย่างสถานที่ในกัมพูชา เช่น วัดสวายชุม เมืองเสียมราฐ เพื่อเปรียบเทียบกับโบราณสถานในไทย
ประเด็นดังกล่าวทำให้ชื่อของ “เศียรพระพุทธรูปในรากไม้” ที่วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ทั้งในฐานะโบราณวัตถุสำคัญของไทย และเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ที่มีเรื่องราวยาวนานกว่า 100 ปี
เศียรพระในรากไม้ แลนด์มาร์กสำคัญของอยุธยา
“เศียรพระพุทธรูปในรากไม้” ตั้งอยู่ภายในวัดมหาธาตุ บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ถือเป็นหนึ่งในภาพจำของการท่องเที่ยวไทยที่นักเดินทางจากทั่วโลกต้องแวะมาชม
เศียรพระดังกล่าวเป็นพระพุทธรูปหินทราย ศิลปะสมัยอยุธยา ถูกโอบล้อมด้วยรากของต้นโพธิ์ขนาดใหญ่จนเหลือให้เห็นเพียงพระพักตร์ที่ปรากฏอยู่ท่ามกลางรากไม้ ภาพที่เกิดขึ้นตามธรรมชาตินี้กลายเป็นจุดดึงดูดสายตาและสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือน
ด้วยความงดงามและเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ใด เศียรพระในรากไม้จึงถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน “Unseen Thailand” ที่มีชื่อเสียงระดับโลก
ประวัติที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์เสียกรุง
นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่า เศียรพระพุทธรูปองค์นี้น่าจะหลุดออกจากองค์พระพุทธรูปเดิมในช่วงเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2310
ในช่วงเวลาที่เมืองถูกทำลาย พระพุทธรูปจำนวนมากถูกทุบทำลาย เศียรพระองค์นี้อาจตกลงมาบริเวณโคนต้นโพธิ์ใกล้กับวิหารราย จากนั้นเวลาผ่านไปหลายสิบปี รากของต้นโพธิ์ค่อย ๆ เติบโตและห่อหุ้มเศียรพระไว้
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือภาพที่ดูเหมือนรากไม้กำลังโอบอุ้มพระพักตร์ของพระพุทธรูปอย่างสงบงาม ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภาพทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดของอยุธยา
วัดมหาธาตุ ศูนย์กลางศาสนาในอดีต
วัดมหาธาตุเป็นพระอารามสำคัญในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งอยู่ใจกลางพระนครและเคยใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญของราชสำนัก
พระปรางค์ประธานของวัดได้รับอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมจากศิลปะขอม และเคยเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางทางศาสนาในยุคนั้น
หลังจากกรุงศรีอยุธยาถูกทำลาย วัดมหาธาตุกลายเป็นซากโบราณสถาน ก่อนที่กรมศิลปากรจะเข้ามาบูรณะและสำรวจทางโบราณคดี จนพบโบราณวัตถุสำคัญหลายชิ้น รวมถึงจารึกและเครื่องทองจำนวนมาก
ปัจจุบันพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534
จุดท่องเที่ยวระดับโลกของอยุธยา
ทุกวันนี้ เศียรพระในรากไม้กลายเป็นจุดเช็กอินสำคัญที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติเดินทางมาชม
ผู้เยี่ยมชมมักนั่งหรือนั่งคุกเข่าเพื่อถ่ายภาพให้ระดับศีรษะต่ำกว่าพระพักตร์ ซึ่งเป็นการแสดงความเคารพต่อพระพุทธรูปตามธรรมเนียมของสถานที่
บริเวณรอบวัดมหาธาตุยังมีโบราณสถานสำคัญอีกหลายแห่ง เช่น
วัดราชบูรณะ
วัดพระราม
วัดพระศรีสรรเพชญ์
สถานที่เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่มรดกโลกและเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรอยุธยา
ข้อมูลการเข้าชม
วัดมหาธาตุตั้งอยู่บนถนนนเรศวร ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงเย็น
ค่าเข้าชม
คนไทย 10 บาท
ชาวต่างชาติ 50 บาท
สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้สะดวก ใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง
มรดกทางประวัติศาสตร์ที่โลกจดจำ
แม้กระแสถกเถียงเรื่องอารยธรรมในภูมิภาคจะเกิดขึ้นเป็นระยะ แต่ “เศียรพระพุทธรูปในรากไม้” ที่วัดมหาธาตุยังคงเป็นหลักฐานสำคัญของประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา
ภาพพระพักตร์ที่สงบนิ่งท่ามกลางรากไม้เก่าแก่ไม่เพียงเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงอดีตอันยิ่งใหญ่ของเมืองหลวงโบราณของไทย ที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์และส่งต่อเรื่องราวสู่คนรุ่นหลังต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
