เปิดเกณฑ์กำลังรถไฟฟ้า ที่จะนำมาจดทะเบียนได้ พร้อมเครื่องหมายที่ต้องติดท้ายรถ

เปิดเกณฑ์กำลังรถไฟฟ้า ที่จะนำมาจดทะเบียนได้ พร้อมเครื่องหมายที่ต้องติดท้ายรถ
มติชน
4 กุมภาพันธ์ 2564 ( 17:12 )
12
เปิดเกณฑ์กำลังรถไฟฟ้า ที่จะนำมาจดทะเบียนได้ พร้อมเครื่องหมายที่ต้องติดท้ายรถ

เมื่อวันที่ ๓ ก.พ. ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามที่ได้มีประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ลงวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560 ไว้แล้ว นั้น

 

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศดังกล่าวให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้รถบางประเภท ที่มีกำลังพิกัดของมอเตอร์ไฟฟ้าเหมาะสมกับการใช้งาน สามารถนำมาจดทะเบียนได้ และให้ข้อกำหนด เกี่ยวกับรถที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสอดคล้องกับมาตรฐานสากล อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวงกำหนดลักษณะ ขนาด หรือกำลังของเครื่องยนต์และของรถที่จะรับจดทะเบียนเป็นรถประเภทต่าง ๆ พ.ศ. ๒๕๔๘ อธิบดีกรมการขนส่งทางบกออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

 

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก (๑) ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อนรถ ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ลงวันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560

(๒) ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้ขับเคลื่อน รถจักรยานยนต์สาธารณะ พ.ศ. 2562 ลงวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้ “กำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า” หมายความว่า กำลังพิกัด (Rated Power) หรือกำลังขับเคลื่อนรถ ให้มีความเร็วต่อเนื่องสูงสุด 30 นาที(Maximum 30 Minutes Power) ของมอเตอร์ไฟฟ้า

ข้อ ๓ รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์บริการทัศนาจร รถยนต์บริการให้เช่า รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล และรถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง ที่ขับเคลื่อน ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ต้องมีกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 15 กิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถ ให้มีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคนแบบพิเศษที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ต้องมีกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 100 กิโลวัตต์

ข้อ ๔ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน รถยนต์บรรทุก ส่วนบุคคล และรถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า ไม่น้อยกว่า 4 กิโลวัตต์ ต้องสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ข้อ ๕ รถยนต์รับจ้างสามล้อและรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ต้องมีกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 4 กิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดได้ ไม่น้อยกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ข้อ ๖ รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ต้องมีกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า ไม่น้อยกว่า 250 วัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดได้ไม่น้อยกว่า 45 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ต้องมีกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า ไม่น้อยกว่า 250 วัตต์ แต่ไม่เกิน 4 กิโลวัตต์ และสามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดได้ ไม่น้อยกว่า 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ข้อ ๗ มอเตอร์ไฟฟ้าของรถตามข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๖ ต้องสามารถขับเคลื่อนรถ ในขณะที่มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุก (Gross Vehicle Weight) ตามที่ผู้ผลิตกำหนดด้วยความเร็วสูงสุด ตามที่กำหนดในประกาศนี้ ได้ต่อเนื่องเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ นาที

ข้อ ๘ รถตามข้อ ๓ ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า หรือใช้มอเตอร์ไฟฟ้าร่วมกับเครื่องยนต์เผาไหม้ ภายในหรือแหล่งพลังงานอื่นในการขับเคลื่อนหรือกำเนิดพลังงาน (Hybrid Electric Vehicle และ Plug In Hybrid Electric Vehicle) ต้องติดเครื่องหมายตามแบบที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑ ท้ายประกาศนี้ ที่บริเวณด้านท้ายของตัวรถซึ่งมองเห็นได้อย่างชัดเจน

รถตามข้อ ๔ ต้องติดเครื่องหมายตามแบบที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๒ ท้ายประกาศนี้ ที่บริเวณด้านท้ายของตัวรถซึ่งมองเห็นได้อย่างชัดเจน รถตามวรรคหนึ่งที่มีการกำหนดรหัสหรือรุ่นเป็นการเฉพาะจากผู้ผลิต และได้ติดตัวอักษรตัวเลข หรือสัญลักษณ์อื่นใดที่แสดงถึงการใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนรถไว้ที่ด้านท้ายของตัวรถ อย่างถาวรและสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนแล้ว ให้ได้รับการยกเว้นการติดเครื่องหมายตามแบบ ที่กำหนดไว้ในภาคผนวก ๑ ท้ายประกาศนี้

ข้อ ๙ รถตามข้อ ๓ ที่จดทะเบียนไว้แล้วก่อนวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ และมีการแจ้ง ไม่ใช้รถตลอดไปหรือทะเบียนเป็นอันระงับ หากเจ้าของรถนำรถมาจดทะเบียนใหม่ ให้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า ที่มีกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 15 กิโลวัตต์ ที่สามารถขับเคลื่อนรถให้มีความเร็วสูงสุดได้ ไม่น้อยกว่า ๔๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมงต่อไปได้

ข้อ ๑๐ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

จิรุตม์ วิศาลจิตร
อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง