หญิงวัย 53 เมาซิ่งเก๋ง พุ่งชนด่านเคอร์ฟิว ชนิดไม่มีเบรก ตร.เจ็บ 2 นาย

หญิงวัย 53 เมาซิ่งเก๋ง พุ่งชนด่านเคอร์ฟิว ชนิดไม่มีเบรก ตร.เจ็บ 2 นาย
ข่าวสด
28 กันยายน 2564 ( 02:35 )
20
หญิงวัย 53 เมาซิ่งเก๋ง พุ่งชนด่านเคอร์ฟิว ชนิดไม่มีเบรก ตร.เจ็บ 2 นาย

หญิงวัย 53 ปี ควบเก๋งนิสสัน ชนด่านเคอร์ฟิว สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เผยพุ่งมาชนิดไม่แตะเบรก ก่อนกวาดเละทั้งด่าน โชคดี จนท.เจ็บแค่เล็กน้อย

 

 

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2564 ร.ต.อ.วรุต ภูมิภักดิ์ รองสว.(สอบสวน)สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนด่านเคอร์ฟิว มีตำรวจสภ.คลองหลวง ได้รับบาดเจ็บ บริเวณถนนพหลโยธิน ขาออก ช่องทางด่วนช่วง กม.45+400 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.ต.สิงหา เฟื่องแก้ว สว.จร.สภ.คลองหลวง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

 

 

ที่เกิดเหตุพบแท่งแบริเออร์พลาสติกสีส้ม และป้ายสัญญาณไฟ ได้รับความเสียหายหลายอัน ใกล้กันพบรถยนต์ นิสสัน ทะเบียน ฆถ5523 กรุงเทพมหานคร ด้านหน้ารถได้รับความเสียหาย โดยมีนางภัทร์ภัสสร อายุ 53 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอยู่ในอาการมึนงง คล้ายคนเมาสุรา

 

 

พบรถกระบะ อีซูซุ ทะเบียน 6กจ3202 กรุงเทพมหานคร รถของเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสภ.คลองหลวง ถูกชนด้านหน้าได้รับความเสียหาย รวมทั้งรถจยย. ตำรวจ 2 คัน ถูปปกชนได้รับความเสียหายเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสภ.คลองหลวงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 2 นาย

 

 

จากการสอบถามนางภัทร์ภัสสร กล่าวว่า ตนขับรถออกมาจากนวนครกำลังจะกลับบ้านย่านพระราม 2 ซึ่งตนก็ขับรถวนไปวนมาและมองไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ตั้งด่านตรวจอยู่

 

 

ด้านร.ต.อ.ณัฐวัฒน์ ทักษิณ รองสว.จร.สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า จุดเกิดเหตุเป็นจุดเบี่ยงการจราจรเพื่อที่จะให้ใช้ช่องทางคู่ขนานเข้าด่านตรวจหน้าโลตัสนวนคร กระทั่งเวลาประมาณ 22.30 น. วันที่ 28 กันยายน 64 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นได้มีรถยนต์ สีดำ ขับมาด้วยความเร็วชนด่านตรวจอย่างจัง เจ้าหน้าที่ตำรวจต่างพากันกระโดดหนีไปคนละทิศทาง

 

 

ซึ่งในการตั้งด่านเราได้มีการวางแบริเออร์พลาสติกสีส้ม และป้ายไฟพร้อมกับสัญญาณไฟไซเรนและเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ไฟฉายให้รถเบี่ยงเข้าซ้ายเข้าคู่ขนาน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ส่วนผู้ก่อเหตุดูแล้วน่าจะมีอาการมึนเมาซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์มาให้เป่าเพื่อวัดค่า แต่คู่กรณีไม่ยอมเป่าเพียงแต่อมหลอดไว้เท่านั้น

ด้านร.ต.อ.วรุต กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐานและได้นำตัวนางภัทร์ภัสสร ไปตรวจวัดค่าแอลกอฮอล์อีกครั้งแต่เจ้าตัวปฏิเสธ จึงควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหา "เมาสุราขณะขับรถ" ข้อหา "ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย" และข้อหา "ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ" ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง