รีเซต

ตร.ย้ำ “เมาแล้วขับ” ไม่เตือนก่อนปรับ ปฏิเสธเป่าเท่ากับผิด

ตร.ย้ำ “เมาแล้วขับ” ไม่เตือนก่อนปรับ ปฏิเสธเป่าเท่ากับผิด
TNN ช่อง16
21 กุมภาพันธ์ 2569 ( 13:05 )
44

วันนี้ 21 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การบริหารของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2569 ว่า ได้กำชับตำรวจจราจรทั่วประเทศให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะความผิดฐานเมาแล้วขับ จะไม่มีการตักเตือนก่อนปรับ หากตรวจพบจะดำเนินคดีทันที

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติระบุว่า การขับรถขณะมึนเมาเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม โปร่งใส และจริงจัง เพื่อสร้างวินัยจราจรและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ยกกรณีตัวอย่าง ปฏิเสธเป่า เจอโทษหลายข้อหา

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 มีผู้ขับขี่รถยนต์รายหนึ่งแสดงพฤติกรรมมึนเมา ปฏิเสธการตรวจวัดแอลกอฮอล์ พยายามหลบหนี และทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ก่อนถูกควบคุมตัว ตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหลายฐาน และได้ดำเนินคดีตามขั้นตอนแล้ว

ตามกฎหมาย หากผู้ขับขี่ปฏิเสธการเป่าตรวจวัดแอลกอฮอล์ จะถูกสันนิษฐานว่าเป็นการขับรถในขณะมึนเมา มีโทษเช่นเดียวกับเมาแล้วขับ และอาจมีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานเพิ่มเติม

โทษเมาแล้วขับ ตามกฎหมายจราจร

ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดโทษดังนี้

ปรับ 5,000 – 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ศาลสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้

หากก่อเหตุให้ผู้อื่นบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต โทษจำคุกสูงสุด 10 ปี และเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

กระทำผิดซ้ำภายใน 2 ปี จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 50,000 – 100,000 บาท

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ ผู้บัญชาการศึกษา ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชนยึดหลัก “เมาไม่ขับ” อย่างเคร่งครัด พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายแม้เผชิญเหตุรุนแรงระหว่างการปฏิบัติหน้าที่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำว่า การบังคับใช้กฎหมายจะดำเนินการอย่างจริงจังทั่วประเทศ เพื่อสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน หากพบเหตุหรือสอบถามข้อมูลจราจร ติดต่อสายด่วน 1197 และ 1193 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง