ประวัติ 'ศักดิ์สยาม ชิดชอบ' รมต.คนแรกที่ติดโควิดในประเทศไทย

ประวัติ 'ศักดิ์สยาม ชิดชอบ' รมต.คนแรกที่ติดโควิดในประเทศไทย
TrueID
4 กันยายน 2564 ( 11:14 )
4.9K
ประวัติ 'ศักดิ์สยาม ชิดชอบ' รมต.คนแรกที่ติดโควิดในประเทศไทย

ไม่เพียงแต่การถูกจับตาบนสนามการเมืองในฐานะแกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย หรือการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่เข้ามาบริหารงานกระทรวงเกรดเอ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในโควต้าของพรรคภูมิใจไทย โยงไปกับการเป็นน้องชายของ นายเนวิน ชิดชอบ หัวเรือใหญ่แห่งบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย การตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จึงเป็นที่สนใจของสังคมอย่างมาก

 

 

เส้นทางการเมืองของ "ศักดิ์สยาม ชิดชอบ"

 

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เกิดเมื่อวันที่เกิด 9 พ.ย. 2505 ปัจจุบันอายุย่าง 59 ปี ชื่อเล่นว่า "โอ๋" หรือ "จ๊ะโอ๋" เป็นลูกชายคนเล็กของกำนันชัย ชิดชอบ หรือ "ปู่ชัย" นักการเมืองอาวุโสในตำนาน ที่ฝากผลงานความยิ่งใหญ่เอาไว้หลากหลาย รวมทั้งการส่งต่อประสบการณ์การเมืองให้ กับลูกๆทั้ง นายเนวิน ชิดชอบ จนส่งต่องานการเมืองให้กับนายศักดิ์สยามในเวลาต่อมา ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่มีความซับซ้อนหลายมิติ

 

นายศักดิ์สยาม ก่อนเข้ามาสู่การเมือง เคยรับราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย คุ้นเคยกันในชื่อ "ปลัดโอ๋" ซึ่งเป็นตำแหน่งสุดท้ายกับงานตำแหน่งปลัดอำเภอ สังกัดกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ก่อนที่จะลาออกมาลงสนามการเลือตั้งในปี  2544  ต่อมา “ปลัดโอ๋” ได้เป็น ส.ส.สมัยแรก เมื่อปี 2548 และเข้าสู่การดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วยการเข้ามาเป็นประธานคณะทำงาน รมช.มหาดไทย (สุพล ฟองงาม) ต่อเนื่องมาถึงเป็นประธานคณะทำงานรัฐมนตรีมหาดไทย (สมัย พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ) จึงรู้งาน รู้คน ในสายงานปกครองเป็นอย่างดี

 

แม้ว่าจะถูกตัดสิทธิทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี จากการที่เคยเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปกับสถานการณ์การจับขั้วทางการเมืองที่พลิกโฉม โดย พรรคภูมิใจไทย หันไปกอดกับพรรคประชาธิปัตย์ จนกลายมาเป็นรัฐบาลที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ตอนนั้น นายศักดิ์สยาม มีโอกาสได้ใช้ประสบการณ์จากการทำงานในกระทรวงมหาดไทย มาช่วยงาน รมว.มหาดไทย ในช่วงนั้น คือ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หรือ "ปู่จิ้น" บิดาของ นายอุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข คนปัจจุบัน ในตำแหน่งประธานคณะทำงานรัฐมนตรีฯ ถือว่าได้ร่วมงานใกล้ชิดกับกระทรวงมหาดไทยมาต่อเนื่อง

 

เส้นทางบริหารพรรคภูมิใจไทย

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เข้ามามีทบาทสำคัญในตำแหน่งเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เป็นแม่บ้านพรรคในการเลือกตั้งทั่วไป เมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 ซึ่งมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค ครั้งนั้นพรรคตัดสินใจส่งผู้สมัครครบทุกเขตเลือกตั้ง (350 เขต) และแบบบัญชีรายชื่อ (150 คน) รวมส่งผู้สมัครทั้งสิ้น 500 คน ผลการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทย ได้ ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้งจำนวน 39 คน และ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 12 คน รวมทั้งสิ้น 51 คน จากนั้น ได้เข้าร่วมรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยได้รับตำแหน่งสำคัญ ประกอบด้วย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 

 

โดย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ถือเป็นกระทรวงสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่น้อยไปกว่าตำแหน่งรองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ของหัวหน้าพรรคเช่นกัน 

 

บัญชีทรัพย์สินของ"ศักดิ์สยาม ชิดชอบ"

จากรายงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่ข้อมูลบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ส.ส. โดยพบว่า  นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม แกนนำพรรคภูมิใจไทย  ได้แจ้งทรัพย์สินรวมคู่สมรส 115,760,030 บาท ไม่มีหนี้สิน 

 

 

การติดเชื้อโควิด-19

หลังจากเจ้าตัว ออกมายืนยันเรื่องการติดเชื้อโควิด-19 พร้อมเข้ารับการรักษา และเปิดเผยไทม์ไลน์โดยละเอียดในเวลาต่อมาแล้ว อย่างไรก็ตาม พบว่าในเว็บไซต์วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ภาคภาษาไทย ได้มีผู้เข้าไปเพิ่มเติมข้อมูลประวัติของนายศักดิ์สยาม  "เป็นรัฐมนตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19" 

 

อ่านเลย >>> "ศักดิ์สยาม" ไขข้อสงสัยสังคม เปิดไทม์ไลน์ 16 วันแจงถี่ยิบ

อ่านเลย >>>  ศักดิ์สยาม อัปเดตอาการป่วยโควิด อุณหภูมิปกติ-หายใจได้เอง

 

โดยขณะนี้ (9 เม.ย.) ล่าสุด นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ยังคงรักษาตัวที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ และมีข่าวว่าอาการล่าสุดอาการดีขึ้นตามลำดับ พร้อมกับระบุว่า ได้ส่งทนายความส่วนตัวดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลผ่านโลกออนไลน์ที่บิดเบือนและไม่เป็นจริงแล้ว.

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ข่าวที่เกี่ยวข้อง