"สุขสมรวย" พลิกโฉมกองทุนหมู่บ้านสู่ "สถาบันการเงินชุมชน"

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางขับเคลื่อนการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองในระยะต่อไปว่า ภายหลังรัฐบาลนำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจฐานรากครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” โดยบูรณาการการทำงานระหว่างภาครัฐและสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินและสร้างโอกาสทางการเงินให้กับประชาชนทั่วประเทศ ในระยะสั้นรัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับการลดภาระค่าใช้จ่ายและแก้ปัญหาหนี้สิน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยจัดสรรงบประมาณ 4,452 ล้านบาท ให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองกว่า79,610 กองทุน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบที่เป็นธรรมและมีต้นทุนต่ำ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายอย่างชัดเจนว่างบประมาณก้อนนี้ไม่ใช่เพียงการเติมเงิน แต่ต้องเปลี่ยนเป็นทุนประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้ครอบครัว และเป็นเงินหมุนเวียนในชุมชน
โดยนี้รัฐบาลจะเติมทุนให้กองทุนตามจริงแบบขั้นบันไดตั้งแต่ 30,000 ถึง 150,000 บาท เพื่อชดเชยการที่กองทุนลดดอกเบี้ยให้สมาชิกสูงสุด 50% ซึ่งเงินที่ลดดอกเบี้ยตรงนี้เท่ากับว่าสมาชิกสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ทำให้มีเงินหมุนเวียนกลับไปใช้จ่ายในพื้นที่อย่างทั่วถึง ซึ่งบทบาทในส่วนนี้จะทำให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นแหล่งเงินหมุนเวียนที่สำคัญที่ทำให้สมาชิกของกองทุนเข้าถึงแหล่งเงินดอกเบี้ยต่ำซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชนในอนาคต
สำหรับการยกระดับคุณภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ทางสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (สทบ.) ได้มีการจัดกลุ่ม (Ranking) เป็นสีเขียว เหลือง และแดง โดยเป้าหมายสำคัญคือการเข้าไปฟื้นฟูกองทุน “สีแดง” ที่เคยมีปัญหาการจัดการให้กลับมามีวินัยและดำเนินการได้อีกครั้ง รวมถึงการติดตามงบประมาณการเพิ่มทุนในเงินล้านที่ 2 ที่ยังคงค้างอยู่ประมาณ 3,400 ล้านบาท เพื่อให้ทุกหมู่บ้านได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีการทุจริตหรือเจตนาทำให้เกิดความเสียหายจะมีมาตรการดำเนินการอย่างเด็ดขาดต่อไป
ด้านนายชาญกิจ ไตรรัตนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) กล่าวว่า “เรามีเป้าหมายในระยะยาวคือการผลักดันกองทุนหมู่บ้านให้ยกระดับเป็นสถาบันการเงินชุมชน เพื่อแก้ปัญหาหนี้นอกระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน”
โดยกองทุนหมู่บ้านจะมีการทำงานร่วมกับธนาคารรัฐอย่าง ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทย ในฐานะพี่เลี้ยงเพื่อสนับสนุนด้านธุรกรรมและการเงินให้เป็นระบบธนาคารที่ประชาชนเข้าถึงได้ในทุกพื้นที่ ซึ่งถือเป็นอีกบทบาทหนึ่งในการเปลี่ยนบทบาทของกองทุนหมู่บ้านจากการเป็นเพียงแหล่งเงินกู้ ให้กลายเป็นกลไกทางการเงินที่แข็งแกร่งและเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
