รีเซต

“ไทยช่วยไทย พลัส” 2 วันแรก เงินหมุนเวียนสะพัด 3,427 ล้าน ย้ำร้านห้ามอัปราคา

“ไทยช่วยไทย พลัส” 2 วันแรก เงินหมุนเวียนสะพัด 3,427 ล้าน ย้ำร้านห้ามอัปราคา
TNN ช่อง16
3 มิถุนายน 2569 ( 10:47 )
5

วันนี้ (3 มิ.ย. 69 ) กระทรวงการคลังเปิดเผยความสำเร็จหลังคิกออฟโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)" โดยยอดการใช้จ่ายสะสมเพียง 2 วันแรก (วันที่ 1-2 มิถุนายน) พุ่งสูงถึงกว่า 3,427 ล้านบาท สะท้อนการตอบรับอย่างคึกคักจากทั้งภาคประชาชนและผู้ประกอบการทั่วประเทศ ขณะที่ปลัดกระทรวงการคลังออกโรงยันเด็ดขาด ไม่มีการนำข้อมูลร้านค้าไปเช็กบิลภาษีย้อนหลังแน่นอน

เม็ดเงินสะพัด 2 วันทะลุ 3.4 พันล้านบาท ประชาชนร่วมจ่ายคึกคัก

กระทรวงการคลัง ระบุว่า ตัวเลขการใช้จ่ายสะสม 2 วันแรก อยู่ที่ 3,427 ล้านบาท แบ่งเป็นเม็ดเงินสนับสนุนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 1,994 ล้านบาท และเป็นเงินที่ภาคประชาชนร่วมจ่าย (Co-payment) อีกจำนวน 1,432 ล้านบาท โดยยอดใช้จ่ายทั้งหมดในขณะนี้เป็นการซื้อขายผ่าน "ร้านค้าปกติ" เนื่องจากระบบการสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์ม เดลิเวอรี (Food Delivery Platform) มีกำหนดจะเปิดใช้งานในลำดับถัดไปคือวันที่ 15 มิถุนายน 2569

ทางด้าน นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสภาพคล่องให้กับเศรษฐกิจฐานราก ช่วยเพิ่มรายได้ให้ร้านค้ารายย่อยและธุรกิจชุมชน พร้อมทั่งแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน


คาดโทษร้านค้าฉวยโอกาส "ขึ้นราคา-ทอนเงินสด" เจอสั่งระงับสิทธิ์ทันที

กระทรวงการคลังได้ออกข้อความเตือนอย่างเข้มงวดถึงผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ โดยไม่อนุญาตให้มีการทอนเงินสด และห้ามร้านค้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าสำหรับผู้ใช้สิทธิ์ในโครงการเด็ดขาด (กรณีที่ขายให้ลูกค้าเดลิเวอรีหรือลูกค้าทั่วไปในราคาที่ถูกกว่า)

หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลเข้ามาที่หน่วยงานภาครัฐเพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบทันที หากตรวจพบว่าร้านค้ากระทำความผิดจริง จะถูกลงโทษตามเงื่อนไขที่เคยกดยอมรับข้อกำหนด และอาจถูกระงับสิทธิ์ในโครงการทันทีเนื่องจากผิดวัตถุประสงค์

ปลัดคลังยันชัด! ไม่เคยใช้ข้อมูลโครงการรัฐเช็กบิล "ภาษีย้อนหลัง"

เพื่อความสบายใจของผู้ประกอบการรายย่อย นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้กล่าวยืนยันอย่างหนักแน่นว่า

"ทางกระทรวงการคลัง ไม่เคย นำเอาข้อมูลรายชื่อหรือยอดขายของร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือต่างๆ ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40, โครงการคนละครึ่ง ทั้ง 5 เฟส รวมถึงโครงการชิมช้อปใช้ มาใช้เป็นฐานข้อมูลในการคำนวณเพื่อเรียกเก็บภาษีย้อนหลังแต่อย่างใด"

ดังนั้น ขอให้ผู้ประกอบการและร้านค้ารายย่อยในชุมชนมั่นใจ และเข้าร่วมซื้อขายในโครงการได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาษีย้อนหลัง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง