รีเซต

กรวีร์ ชู สส.ต้องไม่ทิ้งพื้นที่ หนุนคนรุ่นใหม่

กรวีร์ ชู สส.ต้องไม่ทิ้งพื้นที่ หนุนคนรุ่นใหม่
TNN ช่อง16
1 มีนาคม 2569 ( 17:10 )
12

กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง ให้สัมภาษณ์ถึงบทบาทผู้แทนในยุคการเมืองเข้มข้น โดยย้ำว่า การทำหน้าที่ สส. ไม่ใช่เพียงการยกมือในสภา แต่ต้องทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่างประชาชนกับระบบราชการและกลไกรัฐ

กรวีร์ ระบุว่า หากผู้แทนใกล้ชิดประชาชน รับฟังปัญหาอย่างต่อเนื่อง จะสามารถนำเสียงสะท้อนเข้าสู่กระบวนการแก้ไขได้ตรงจุดมากขึ้น ยุคปัจจุบันประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็ว นักการเมืองจึงต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสื่อสารให้เข้าใจง่าย เพื่อลดความขัดแย้งในสังคม

“สำหรับผม ความมุ่งมั่นไม่ใช่คำพูด แต่คือการลงพื้นที่สม่ำเสมอ รับฟังปัญหา และทำให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้” กรวีร์ กล่าว

ปากท้อง-ราคาข้าว ประเด็นหลักจากเสียงประชาชน

เมื่อถามถึงเสียงสะท้อนระหว่างการลงพื้นที่หาเสียง กรวีร์ ระบุว่า ประเด็นสำคัญที่สุดคือเรื่องปากท้อง ประชาชนจำนวนมากต้องการเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการคนละครึ่ง หรือรูปแบบ “คนละครึ่งพลัส” กลับมาใช้อีกครั้ง เพื่อเพิ่มกำลังซื้อระดับฐานราก ทำให้เงินหมุนเวียนในชุมชน และร้านค้าขนาดเล็กได้รับประโยชน์โดยตรง

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงต่อเนื่องคือปัญหาราคาข้าว เกษตรกรต้องการแนวทางแก้ไขที่ชัดเจนและยั่งยืน ไม่ใช่มาตรการเฉพาะหน้า พร้อมกันนี้ ประชาชนต้องการให้รัฐบาลสร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะเมื่อรายได้มั่นคง ปัญหาหนี้สินและความตึงเครียดในครอบครัวจะลดลงตามไปด้วย

บทเรียนจาก สมศักดิ์ ปริศนานันทสกุล

กรวีร์ เปิดเผยว่า แนวคิดทางการเมืองได้รับอิทธิพลจากคุณพ่อ สมศักดิ์ ปริศนานันทสกุล ซึ่งสั่งสมประสบการณ์ทางการเมืองหลายสมัย บทเรียนสำคัญไม่ใช่คำสอนด้วยถ้อยคำ แต่เป็นการปฏิบัติให้เห็นจริง โดยเฉพาะการลงพื้นที่อย่างสม่ำเสมอและความใกล้ชิดกับประชาชน

คำย้ำเตือนที่สำคัญคือ ความสม่ำเสมอเสมอต้นเสมอปลายเป็นหัวใจของผู้แทน และต้องมองประชาชนเสมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เมื่อประชาชนมีความสุข ผู้แทนต้องร่วมยินดี และเมื่อประชาชนเผชิญปัญหา ผู้แทนต้องไม่ทอดทิ้ง

การเมืองเข้มข้น แต่ต้องไม่แตกแยก

ต่อคำถามถึงภาพรวมการเมืองปัจจุบัน กรวีร์ มองว่า บรรยากาศมีความเข้มข้นและแข่งขันกันด้วยนโยบายมากขึ้น การตรวจสอบจากทั้งฝ่ายการเมืองและภาคประชาชนเข้มแข็งขึ้น ซึ่งเป็นพัฒนาการที่ดีในระบอบประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ความเห็นต่างไม่ควรถูกปล่อยให้กลายเป็นความแตกแยกของสังคม

หนุนคนรุ่นใหม่ ผสานประสบการณ์รุ่นเก่า

กรวีร์ เห็นว่า การที่คนรุ่นใหม่เข้าสู่สนามการเมืองเพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะนำพลังและแนวคิดใหม่เข้ามาเติมเต็ม ขณะเดียวกัน ประสบการณ์ของนักการเมืองรุ่นก่อนยังมีความสำคัญต่อการผลักดันนโยบายให้เกิดผลจริง หากสามารถผสานพลังระหว่างรุ่นใหม่กับรุ่นเก่าได้อย่างลงตัว ประเทศจะเดินหน้าได้เร็วขึ้น

เป้าหมายสูงสุด ไม่ใช่อำนาจ แต่คือคุณภาพชีวิตประชาชน

กรวีร์ ระบุว่า เป้าหมายของการทำงานทางการเมืองไม่ใช่ตำแหน่งใหญ่โต แต่คือการเป็นตัวแทนประชาชนอย่างแท้จริง แก้ปัญหาอย่างเป็นธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

“การเมืองที่ดีคือการเมืองที่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์ ไม่ใช่การเมืองเพื่ออำนาจของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง” กรวีร์ กล่าวทิ้งท้าย พร้อมย้ำว่า อยากเห็นการเมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ แข่งขันกันด้วยนโยบาย และทำให้ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง