ความเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย วาระเงียบก่อนเลือกตั้ง 2569 ชี้อนาคตประเทศ

ความเหลื่อมล้ำการศึกษาไทย วาระเงียบก่อนเลือกตั้ง 2569 ที่ชี้อนาคตประเทศ
ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้งปี 2569 ประเด็นเศรษฐกิจปากท้องและนโยบายเร่งด่วนอาจถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงอย่างคึกคัก อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาให้ลึกลงไป ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลยาวนานกว่ารอบรัฐบาล กลับเป็นเรื่อง “ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา” ซึ่งกำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ประชาชนใช้ประเมินวิสัยทัศน์ของพรรคการเมือง
จุดเริ่มต้นที่ไม่เท่ากัน ตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน
ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่ได้เริ่มในวันที่เด็กก้าวเข้าโรงเรียน แต่เริ่มตั้งแต่ช่วงปฐมวัย เด็กไทยจำนวนไม่น้อยยังมีพัฒนาการด้านภาษาและการเรียนรู้ล่าช้า ทำให้เข้าสู่ระบบการศึกษาด้วยความไม่พร้อม ภายหลังจากนั้น เด็กกลุ่มนี้มักต้องเผชิญความยากลำบากซ้ำซ้อน ทั้งการตามบทเรียนไม่ทันและความเสี่ยงหลุดออกจากระบบในอนาคต
เด็กนอกระบบเกือบล้าน สัญญาณเตือนก่อนเลือกตั้ง
ต่อมาในปีการศึกษา 2567 ตัวเลขที่สะท้อนปัญหาอย่างชัดเจนคือ เด็กและเยาวชนอายุ 3–18 ปี ที่ไม่ปรากฏชื่อในระบบการศึกษากว่า 982,000 คน โดยเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์เป็นเด็กวัยมัธยมต้น ซึ่งอยู่ในช่วงการศึกษาภาคบังคับ ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ระบบการศึกษายังไม่สามารถดึงเด็กทุกคนให้อยู่บนเส้นทางเดียวกันได้
ในช่วงเวลาเดียวกัน ปัญหาความยากจนยังเป็นปัจจัยหลัก เด็กกว่า 3 ล้านคนอาศัยอยู่ในครัวเรือนยากจน และมากกว่า 1 ล้านคนยังไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านการศึกษาอย่างทั่วถึง ส่งผลให้การเรียนกลายเป็นภาระมากกว่าทางเลือกในการยกระดับชีวิต
คุณภาพการเรียนรู้ที่ถดถอยและผลสะสมจากโควิด
อย่างไรก็ตาม การอยู่ในระบบไม่ได้หมายความว่าเด็กจะได้รับการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ ผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนระดับนานาชาติ PISA ปี 2022 ชี้ว่า เด็กไทยมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี ทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน นักเรียนกว่าสองในสามไม่ผ่านเกณฑ์พื้นฐาน
เมื่อพิจารณาควบคู่กับผลกระทบจากโควิด-19 ช่องว่างการเรียนรู้ยิ่งขยายตัว เด็กจากครัวเรือนที่ขาดอุปกรณ์ อินเทอร์เน็ต และสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ ต้องสูญเสียทักษะสำคัญมากกว่าเด็กในครัวเรือนที่พร้อมกว่า ส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำยิ่งฝังรากลึก
เมืองกับชนบท ช่องว่างที่ยังไม่ถูกปิด
ต่อมาเมื่อมองในเชิงพื้นที่ ความแตกต่างระหว่างโรงเรียนในเมืองและชนบทยังคงชัดเจน โรงเรียนชนบทจำนวนมากขาดแคลนครูและทรัพยากร โรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่งมีครูไม่ครบชั้น ขณะที่ผลการเรียนของนักเรียนชนบทต่ำกว่าเมืองเทียบเท่าความแตกต่างของการเรียนรู้เกือบสองปี ภาพนี้สะท้อนว่า โอกาสทางการศึกษายังผูกติดกับที่อยู่โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังมัธยม โอกาสเรียนต่อที่ถูกกำหนดด้วยฐานะ
ภายหลังจากนั้น เมื่อเด็กก้าวเข้าสู่ช่วงหลังมัธยม ความเหลื่อมล้ำยิ่งชัดเจนขึ้นอีกครั้ง เด็กจากครัวเรือนรายได้น้อยมีโอกาสเรียนต่อระดับอุดมศึกษาเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เด็กจากครัวเรือนฐานะดีมีโอกาสสูงกว่าหลายเท่าตัว ระบบการศึกษาจึงยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นบันไดทางสังคมได้อย่างเต็มที่
ผลกระทบปลายทางต่อเศรษฐกิจและการเมือง
เมื่อพิจารณาจากภาพรวมทั้งหมด ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาไม่ได้จบลงที่ห้องเรียน แต่ส่งต่อไปถึงตลาดแรงงาน รายได้ และความสามารถแข่งขันของประเทศ งานวิจัยระดับนานาชาติประเมินว่า ประเทศไทยสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาลจากปัญหานี้ในแต่ละปี ขณะเดียวกัน วงจรความยากจนก็มีแนวโน้มถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น หากไม่มีการแก้ไขเชิงโครงสร้าง
ในบริบทของการเลือกตั้ง 2569 นโยบายด้านการศึกษาจึงไม่ควรถูกจัดให้อยู่ในลำดับรอง หากแต่เป็นบททดสอบสำคัญว่า พรรคการเมืองแต่ละพรรคมองอนาคตประเทศอย่างไร คำถามที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องพิจารณาจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่จำนวนเงินช่วยเหลือ แต่ขยายไปถึงแนวทางลดเด็กหลุดระบบ ความสามารถในการยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ และการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่ไม่ผูกติดกับฐานะครอบครัว
เมื่อการแข่งขันทางการเมืองเข้มข้นขึ้น การศึกษากำลังกลายเป็นวาระที่เชื่อมโยงโดยตรงกับความหวังของครอบครัวไทย และอาจกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ชี้ขาดการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในปี 2569 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
