รีเซต

เปิดศึก 90 วัน ปิดล้อมยาเสพติดทั่วกรุง เครือข่ายข้ามชาติภัยหลัก

เปิดศึก 90 วัน ปิดล้อมยาเสพติดทั่วกรุง เครือข่ายข้ามชาติภัยหลัก
TNN ช่อง16
23 กรกฎาคม 2569 ( 14:07 )
10

ปฏิบัติการ "Safe BKK" 90 วัน ยกระดับสงครามยาเสพติด ปิดล้อมเครือข่าย-สกัดขบวนการข้ามชาติ

กรุงเทพมหานครกำลังเข้าสู่ปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดครั้งสำคัญ ภายใต้ชื่อ "OPERATION 90 DAYS พิฆาตยาเสพติด" หรือ "Safe BKK : กรุงเทพปลอดภัย" ซึ่งเป็นการบูรณาการกำลังระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กรมคุมประพฤติ และกรมราชทัณฑ์ เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่เมืองหลวงตลอดระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม - 30 กันยายน 2569

เป้าหมายของปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย แต่เป็นการรื้อโครงสร้างเครือข่ายทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นทาง การลำเลียง การพักยา การกระจายสินค้า ไปจนถึงการยึดทรัพย์สินของผู้กระทำผิด พร้อมดึงผู้เสพเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู เพื่อแก้ปัญหาอย่างครบวงจร

4 ยุทธศาสตร์หลัก ปิดทุกช่องทางยาเสพติด

นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการ ป.ป.ส.กรุงเทพมหานคร ระบุว่า แผนปฏิบัติการครั้งนี้กำหนดแนวทางดำเนินงานไว้ 4 ด้าน ได้แก่

- สืบสวน ขยายผล และยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ

- ตรวจค้นเชิงรุกสถานบริการและสถานประกอบการที่มีความเสี่ยงต่อการมั่วสุมยาเสพติด เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว และเยาวชน

- ปิดล้อมตรวจค้นชุมชนเป้าหมาย จับกุมผู้ค้ารายย่อย พร้อมนำผู้เสพเข้าสู่การบำบัดรักษา

- เชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ถูกคุมประพฤติและผู้พ้นโทษจากกรมคุมประพฤติและกรมราชทัณฑ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลข่าวกรองในการสืบสวนเชิงรุก

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนยุทธศาสตร์จากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไปสู่การใช้ข้อมูลและข่าวกรองเป็นหัวใจในการทำลายเครือข่ายยาเสพติด

กรุงเทพฯ ไม่ใช่แหล่งผลิต แต่เป็น "จุดพัก-จุดกระจาย"

แม้กรุงเทพมหานครจะเป็นพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาดของยาเสพติด แต่ ป.ป.ส. ยืนยันว่า เมืองหลวงไม่ใช่แหล่งผลิตยาเสพติด

ข้อมูลการสืบสวนพบว่า ยาเสพติดส่วนใหญ่ถูกลำเลียงเข้ามาจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อนนำมาพักในพื้นที่ปริมณฑล แล้วกระจายเข้าสู่กรุงเทพมหานคร หรือส่งต่อไปยังประเทศปลายทาง

ดังนั้น ผู้ค้ายาในกรุงเทพฯ จึงมีบทบาทเป็น "ผู้กระจายสินค้า" มากกว่าจะเป็นผู้ผลิต ทำให้การปราบปรามจำเป็นต้องขยายผลย้อนกลับไปยังต้นตอของเครือข่าย

นักค้ายาข้ามชาติยังเป็นภัยหลัก

กองบัญชาการตำรวจนครบาลประเมินว่า ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดในปัจจุบัน คือเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ซึ่งใช้ประเทศไทยเป็นฐานพักและลำเลียงยาไปยังประเทศที่สาม

จากข้อมูลการสืบสวน พบว่ามีขบวนการต่างชาติ โดยเฉพาะเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับชาวเวียดนามและชาวจีน ใช้วิธีหลอกหรือว่าจ้างคนไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในขบวนการลักลอบขนยาเสพติด เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังพบสัญญาณเชิงบวกว่า การลักลอบซุกซ่อนยาเสพติดในสัมภาระของนักเดินทางเริ่มลดลง หลังจากมีการเข้มงวดมาตรการตรวจสอบและรณรงค์เตือนภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีการซุกซ่อนยาในผลิตภัณฑ์อาหาร เช่น มะขามเปียก ที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้งในอดีต

เดินหน้าทลายเครือข่ายโยง "พ.อ.จะลอโบ่"

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตามอง คือความเชื่อมโยงของปฏิบัติการครั้งนี้กับเครือข่ายของ พ.อ.จะลอโบ่ ผู้นำกองกำลังมูเซอในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ซึ่งทางการไทยได้ออกหมายจับไว้ก่อนหน้านี้

แม้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดยังไม่เปิดเผยรายละเอียดของคดี แต่ยืนยันว่า ต้นทางของยาเสพติดมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายดังกล่าว และอยู่ระหว่างประสานงานติดตามตัวผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ

คดี "มีนา" ยังเดินหน้าขยายผลในไทย

อีกคดีสำคัญที่ยังอยู่ในความสนใจ คือกรณีพนักงานต้อนรับของบริษัท การบินไทย จำกัด ซึ่งถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย หลังตรวจพบเฮโรอีนหนัก 2 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสัมภาระ

ปัจจุบันผู้ต้องหายังคงถูกควบคุมตัวโดยตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) และมีกำหนดขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์นในวันที่ 14 กันยายน 2569

ขณะที่ ป.ป.ส.ของไทยยังคงส่งข้อมูลให้กับทางการออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายผลจับกุมเครือข่ายในประเทศไทย ซึ่งสามารถจับกุมผู้ร่วมขบวนการได้หลายรายแล้ว แม้ว่าฝ่ายออสเตรเลียจะยังไม่ได้ร้องขอข้อมูลเพิ่มเติมก็ตาม

ส่วนผู้ใช้บัญชี Facebook ชื่อ "Rose Rose" ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้ติดต่อให้ผู้ต้องหาขนยาเสพติดนั้น ขณะนี้ยังหลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยตำรวจอยู่ระหว่างประสานงานติดตามตัวมาดำเนินคดี และยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายของ พ.อ.จะลอโบ่

อย่างไรก็ตาม การติดตามตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวยังมีข้อจำกัด เนื่องจากประเทศไทยไม่มีความตกลงความร่วมมือทางอาญา (MLAT) กับเมียนมา ทำให้ต้องอาศัยการเจรจาระหว่างประเทศเป็นหลัก

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง