รีเซต

เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร ? ประเด็นน่าจับตา และผลกระทบหากอำนาจเปลี่ยน

เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร ? ประเด็นน่าจับตา และผลกระทบหากอำนาจเปลี่ยน
TNN ช่อง16
2 พฤศจิกายน 2569 ( 15:06 )
2

โดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ ที่กลับมาดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 กำลังจะเจอบทพิสูจน์ และความท้าทาย กับการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐอเมริกา (Midterm Elections) ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน

ทำไมการเลือกตั้งครั้งนี้ถึงสำคัญ แม้ว่าจะไม่ใช่การเลือกตั้ง ปธน. และผลลัพธ์การเลือกตั้ง ที่จะส่งผลต่อทิศทางอำนาจการเมืองสหรัฐฯ จะเกี่ยวกับไทยอย่างไร ?

เลือกตั้งกลางเทอม สำคัญอย่างไร ?

การเลือกตั้งกลางเทอม คือ การเลือกตั้งเพื่อชิงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสมาชิก และผู้ว่าการรัฐ ซึ่งผลของที่นั่งเหล่านี้  จะมีผลอย่างยิ่งต่อการทำงานของ ปธน.ในวาระ 2 ปีที่เหลือ เพราะถือเป็นการการจัดสรรดุลอำนาจใหม่ในสภาคองเกรส 

โดยโครงสร้างการปกครองของสหรัฐฯ แบ่งแยกอำนาจออกเป็น 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ สภาคองเกรสในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจของทำเนียบขาว สิทธิอำนาจสำคัญที่สุดประการหนึ่งคือ "อำนาจในการคุมงบประมาณ" 

นอกจากนี้ สภาคองเกรสยังมีอำนาจออกหมายเรียก เพื่อนำเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารมาไต่สวนภายใต้คำสาบาน และมีอำนาจในการเริ่มกระบวนการถอดถอน (Impeachment) ประธานาธิบดี ขณะที่วุฒิสภามีบทบาทชี้ขาดในการให้ความเห็นชอบหรือปฏิเสธการแต่งตั้งบุคคลในตำแหน่งสำคัญของรัฐบาลกลางและผู้พิพากษา รวมถึงผู้พิพากษาศาลฎีกา

ในช่วงสองปีแรกของการบริหารของทรัมป์ พรรครีพับลิกันกุมอำนาจแบบเบ็ดเสร็จทั้งทำเนียบขาวและทั้งสองสภา (Government Trifecta) โดยปัจจุบันพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรอยู่ที่ 218 ต่อ 214 เสียง (มีตำแหน่งว่าง 2 ที่นั่ง และสมาชิกอิสระ 1 คนที่ลงมติร่วมกับฝั่งอนุรักษ์นิยม) และครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาอยู่ที่ 53 ต่อ 47 เสียง

การเลือกตั้งครั้งนี้มีการชิงชัยในสภาผู้แทนราษฎรครบทั้ง 435 ที่นั่ง และวุฒิสภาจำนวน 35 ที่นั่ง (ราว 1 ใน 3 ของสภา) พรรคเดโมแครตต้องการที่นั่งเพิ่มสุทธิเพียง 4 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร และ 4 ที่นั่งในวุฒิสภา (หรือ 51 ที่นั่งเพื่อคุมวุฒิสภาอย่างเด็ดขาด เนื่องจากรองประธานาธิบดีมีสิทธิ์ออกเสียงชี้ขาดกรณีคะแนนเท่ากัน) เพื่อพลิกกลับมาครองเสียงข้างมาก 

ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะส่งผลต่ออำนาจคุมสภาที่เปลี่ยนไป หากเดโมเครตชนะ จะสามารถตั้งรับและสกัดกั้นวาระของทรัมป์ พรรครีพับลิกันจะสูญเสียการควบคุมวาระทางนิติบัญญัติและงบประมาณ อีกทั้งเดโมแครตยังสามารถใช้กระบวนการงบประมาณเป็นข้อต่อรองจนอาจเกิดภาวะชัตดาวน์ รวมทั้งเปิดการไต่สวนการทุจริตของคนในครอบครัวทรัมป์ และมีความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การยื่นถอดถอนทรัมป์เป็นครั้งที่สาม หากเดโมแครตได้วุฒิสภาด้วย ก็จะสามารถระงับการรับรองตำแหน่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงและผู้พิพากษาของทรัมป์ได้ทั้งหมด ถึงอย่างนั้นบางส่วนก็วิเคราะห์ว่า ทรัมป์จะยังครองเสียงข้างมากฝั่งวุฒิสภาไว้ได้ 

จากสถิติที่ผ่านมา ในเชิงประวัติศาสตร์ พรรคของประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งมักจะสูญเสียที่นั่งในสภาเสมอเมื่อถึงการเลือกตั้งกลางเทอม ปัจจุบันคะแนนความนิยมของประธานาธิบดีทรัมป์ตกลงมาอยู่ที่ระดับประมาณ 35% กลางๆ ทำให้คาดว่ารีพับลิกันอาจเสียเก้าอี้ไปได้  

ประเด็นต้องจับตา เลือกตั้งกลางเทอมรอบนี้ 

ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในครั้งนี้ มีตั้งแต่ปัญหาเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ที่ผลสำรวจความคิดเห็น AP-NORC พบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ลงทะเบียนประมาณ 8 ใน 10 คน ต้องการให้สภาคองเกรสชุดใหม่ให้ความสำคัญกับการลดค่าครองชีพเป็นลำดับแรก 

และปัญหาใหญ่ที่ไม่ได้กระทบแค่สหรัฐฯ อย่าง ความขัดแย้งทางทหารระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ที่กลายเป็นประเด็นที่ประชาชนชาวอเมริกันไม่พอใจอย่างมาก  เพราะส่งผลต่อราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ประเด็นนี้พรรค

เดโมแครตก็โจมตีรีพับลิกันว่าสนับสนุนสงครามโดยไม่มีแผนยุติที่ชัดเจน ซึ่งคาดว่าหากหากเดโมแครตคว้าชัยชนะในสภาผู้แทนราษฎร  ฝ่ายค้านจะจำกัด งบประมาณทางทหาร และอาจบีบให้ฝ่ายบริหารของทรัมป์ต้องยุติความขัดแย้ง

2 ปี แห่งการกวาดล้าง และเนรเทศผู้อพยพอย่างหนักของทรัมป์ ที่ใช้งบประมาณ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง (ICE) อย่างมาก แม้จะสร้างฐานเสียงให้กลุ่มขวาจัด หรือ MAGA ได้ แต่ก็กระทบต่อการขาดแคลนแรงงาน และส่งผลกระทบต่อนักศึกษาต่างชาติ 

อีกหนึ่งประเด็นใหญ่ สะเทือนเศรษฐกิจโลกคือ ความขัดแย้งเรื่องกำแพงภาษีและนโยบายการค้าต่างประเทศ ก่อนหน้านี้ ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินว่าทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ในการพยายามตั้งกำแพงภาษีทั่วโลก ส่งผลให้ทรัมป์เปลี่ยนยุทธวิธีไปใช้การไต่สวนเรื่องการใช้แรงงานบังคับเพื่อตั้งภาษีตอบโต้แทน ซึ่งหากเดโมแครตคุมสภาได้ จะมีการตรวจสอบและคัดค้านกำแพงภาษีเหล่านี้อย่างเข้มข้นยิ่งขึ้นแน่นอน 

จนถึงช่วงปลายเดือนตุลาคม มีชาวอเมริกันออกมาใช้สิทธิ์ล่วงหน้าและทางไปรษณีย์แล้วเกือบ 40 ล้านคน และคาดการณ์ว่ายอดรวมของผู้มาใช้สิทธิ์จะทะลุ 100 ล้านคน

แม้การเลือกตั้งสหรัฐฯ จะดูไม่เกี่ยวกับไทยโดยตรง แต่ในฐานะประเทศมหาอำนาจ และคู่ค้ารายใหญ่ที่ไทยนำเข้าสินค้าหลายอย่าง การเปลี่ยนผ่านดุลอำนาจในสภาคองเกรสสร้างความไม่แน่นอนที่จะสะท้อนสู่ความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ราคาทองคำ และตลาดหุ้นทั่วโลกทันที รวมถึงเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานโลก และความผันผวนของราคาพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าของประเทศในเอเชีย ไปถึงไทยเอง ที่จะได้รับผลกระทบกับนโยบายภาษี ไปถึงต้นทุนพลังงานอย่างแน่นอน 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง