รีเซต

EECO ยกระดับ"ท่าเรือแหลมฉบัง"สู่ฮับโลจิสติกส์ระดับโลก

EECO ยกระดับ"ท่าเรือแหลมฉบัง"สู่ฮับโลจิสติกส์ระดับโลก
TNN ช่อง16
13 พฤษภาคม 2569 ( 09:23 )
2

สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EECO ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 อย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน พร้อมยกระดับสู่การเป็นท่าเรือมาตรฐานระดับโลก รองรับการลงทุนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่อีอีซี โดยเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นายธาริศร์ อิสสระยั่งยืน รองเลขาธิการ สกพอ. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสัญญาโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ในส่วนของท่าเทียบเรือ F ครั้งที่ 2/2569 ณ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน ความก้าวหน้าการก่อสร้าง รวมถึงพิจารณาปัญหา อุปสรรค และแนวทางลดผลกระทบจากโครงการ

ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้างานก่อสร้างส่วนที่ 1 ซึ่งเป็นงานทางทะเล อาทิ งานขุดลอก ถมทะเล และก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น ตลอดจนการขยายระยะเวลาดำเนินงาน ขณะเดียวกันยังมีการติดตามความคืบหน้างานก่อสร้างส่วนที่ 2 ซึ่งประกอบด้วยงานก่อสร้างอาคาร ท่าเทียบเรือ ระบบถนน และระบบสาธารณูปโภค รวมถึงการบูรณาการแผนก่อสร้าง การส่งมอบพื้นที่ท่าเทียบเรือ F1 และการควบคุมคุณภาพพื้นที่ท่าเทียบเรือ F2 ให้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด 


นอกจากนี้ ยังมีการติดตามการดำเนินงานด้านประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ เพื่อให้การพัฒนาโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสอดคล้องกับแผนพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศ

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารสัญญาฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงคมนาคม การท่าเรือแห่งประเทศไทย สำนักงานอัยการสูงสุด และผู้บริหารจากบริษัท GPC ได้ร่วมลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้างานก่อสร้าง ทั้งงานถมทะเล งานก่อสร้างท่าเทียบเรือ งานถนน สะพาน และระบบสาธารณูปโภค เพื่อเร่งขับเคลื่อนโครงการให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย

สำหรับโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ถือเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญภายใต้แผนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มีเป้าหมายยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการขนส่งทางทะเลของภูมิภาค โดยโครงการมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 114,000 ล้านบาท ในรูปแบบการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,600 ไร่ ในจังหวัดชลบุรี


โครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับตู้สินค้าของท่าเรือแหลมฉบังจากเดิม 11 ล้านทีอียูต่อปี เป็นประมาณ 18 ล้านทีอียูต่อปี พร้อมเพิ่มศักยภาพการขนส่งรถยนต์จาก 2 ล้านคันต่อปี เป็น 3 ล้านคันต่อปี รวมถึงส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางรางให้เพิ่มขึ้นเป็น 30% เพื่อลดปัญหาการจราจรและเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของประเทศ โดยรัฐบาลตั้งเป้าพัฒนาท่าเรือแห่งนี้ให้ก้าวสู่การเป็น “World-Class Port” และศูนย์กลางการค้าสำคัญของภูมิภาคอินโดจีนในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง