“ดูไบ” เมืองสวรรค์ กำลังถูกท้าทาย จากสงครามตะวันออกกลาง

ตึกระฟ้าที่สวยงาม, เงินเดือนปลอดภาษี, ความสะดวกสบายในการทำธุรกิจ .. และเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง แทบจะไม่ส่งผลใดต่อเมืองสวรรค์แห่งนี้เลย
แต่สงครามครั้งนี้แตกต่างไป .. พรมแดนของ “ดูไบ” อาจสั่งคลอน
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา การตอบโต้ของอิหร่านเกิดขึ้นทั่วแถบอ่าว และกระทบถึงภาคส่วนสำคัญของดูไบด้วย ทั้งสนามบิน, โรงแรมหรู และท่าเรือ และยังทำลายรากฐานทางจิตวิทยาของเมือง ที่ใช้เวลานานกว่า 4 ทศวรรษในการสร้างเอกลักษณ์ขึ้นมา ในฐานะหนึ่งในสถานที่ที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลกสำหรับการทำธุรกิจ
ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐฯ เร่งดำเนินการอย่างหนักเพื่อหวังควบคุมความเสียหายต่อความเชื่อมั่นและผลกระทบทางกายภาพ แม้หน่วยงานจัดการเหตุฉุกเฉินของชาติประกาศว่าทุกอย่างอยู่ในความควบคุมแล้ว แต่เหล่านักลงทุน หรือแม้แต่ประชาชนที่เฝ้ามองแลนด์มาร์กในเมืองถูกโจมตี จะสามารถฟื้นคืนความเชื่อมั่นได้หรือไม่ นั่นคือคำถามสำคัญ
“มันยากที่จะประเมินความร้ายแรงของภัยคุกคามต่อแบบโมเดลเศรษฐกิจของดูไบได้ เพราะควมเสียหายทางกายภาพอาจไม่มากนัก แต่ในทางจิตวิทยายังยากที่จะประเมิน โดยเฉพาะในฐานะเมืองสวรรค์สำหรับชาวต่างชาติ และนักธุรกิจ และยิ่งสงครามลากยาว ก็อาจมีแนวโน้มที่นักธุรกิจอาจหันเหทิศทางไปยังพื้นที่ทางเลือกอื่นแทน ดังนั้นในตอนนี้สิ่งที่ดูไบต้องการคือ สงครามต้องจบให้เร็วที่สุด ” จิม เครน นักวิจัยสถาบันเบเกอร์ มหาวิทยาลัยไรซ์ กล่าว
“ดูไบ” สร้างตัวตนขึ้นมาอย่างไร?
ดูไบ เริ่มต้นจากการเป็นท่าเรือเล็ก ๆ ที่พึ่งพาการทำประมงและการดำน้ำหาไข่มุ แต่มีการพัฒนามาหลายทศวรรษ จนกระทั่งดูไบได้ก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางการเงินระดับโลก” ที่มีเงินแพร่สะพัดหลักหลายล้านดอลลาร์ ไปจนถึงการก่อตั้งสายการบิน “เอมิเรตส์” (Emirates) ในปี 1985 และการเปิดโรงแรม Burj Al Arab ในปี 1999 ที่ยิ่งยกระดับให้ดูไบไม่ใช่แค่ศูนย์กลางการเงินเท่านั้น แต่ดูไบยังกลายเป็นประตูที่เปิดสู่ทวีปต่างๆ ทั่วโลก ด้วยการเป็นศูนย์กลางการบินและการขนส่งทางอากาศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วย ร่วมกัลกฎหมายช่วงต้นปี 2000 ที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ได้เป็นครั้งแรกจึงทำให้ทั้งหมดนี้ถือเป็นเสาหลักของการสร้าง “แบรนด์ดูไบ”
ปัจจุบัน เศรษฐกิจของดูไบขับเคลื่อนเกือบทั้งหมดด้วยภาคส่วนที่ “ไม่ใช่น้ำมัน” โดยน้ำมันเข้ามามีสัดส่วนน้อยกว่า 2% ของ GDP แต่เศรษฐกิจใหม่ของดูไบประกอบด้วยการค้า การท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ระดับ Hi-End และบริการทางการเงิน ซึ่งพัฒนาภายใต้กรอบกฎหมายและกฎระเบียบที่มีลักษณะคล้ายกับกรุงลอนดอนและนครนิวยอร์ก ในขณะที่เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อย่าง “กรุงอาบูดาบี” ซึ่งครอบครองมากกว่า 90% ของปริมาณสำรองน้ำมันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ยังคงพึ่งพารายได้จากน้ำมันเพื่อการเติบโตมากกว่ากว่าจะใช้เศรษฐกิจใหม่อย่างดูไบ
ที่จริงแล้วในยุคที่ผ่านมา “กรุงเบรุต” ของเลบานอน เคยเป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคตะวันออกกลาง จนกระทั่งสงครามกลางเมืองในปี 1970 ที่ทำลายภาพลักษณ์ดังกล่าวลง จากนั้นผู้เล่นที่เข้ามาแทนก็คือ “บาห์เรน” ที่มาเติมเต็มช่องว่างนี้ ก่อนที่การเติบโตของดูไบจะทำให้บทบาทของบาห์เรนลดลงในที่สุดและดูไบก็ยังครองสถานะนี้มาได้จนถึงปัจจุบัน เนื่องจากดูใบยังคงตั้งมั่นในสัญญาเดียวกัน คือ การเป็นทางเลือกที่มั่นคงและเปิดกว้าง ท่ามกลางวิกฤตที่เกิดขึ้นในภูมิภาค และดูไบสามารถทำตามคำมั่นนั้นได้อย่างสมบูรณ์กว่ารุ่นก่อนหน้า
การเติบโตของดูไบเองก็ส่วนหนึ่งเกิดจากความไม่มั่นคงของประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลางและความสั่นคลอนจากกระแสอาหรับสปริง รวมถึงการที่ชาวรัสเซียที่ย้ายถิ่นฐานจากผลกระทบของสงครามยูเครน ต่างนำเงินทุนและบุคลากรที่มีความสามารถหลั่งไหลเข้าสู่ดินแดนแห่งนี้ โดยประชากรทั่วทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากราว 1 ล้านคนในปี 1980 เป็น 11 ล้านคนในปี 2024
ในขณะที่ เมื่อปีที่ผ่านมาตามข้อมูลของ Henley & Partners สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังจะกลายเป็นประเทศที่ดึงดูดเศรษฐีที่ย้ายถิ่นฐานได้มากที่สุดในโลก โดยคาดว่าจะมีมหาเศรษฐีราว 9,800 คนย้ายเข้ามาและทำให้เม็ดเงินทุนจำนวนมหาศาลได้ไหลเข้าสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของดูไบอย่าง Emaar Properties ทำสถิติราคาหุ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีการประเมินมูลค่าบริษัทไว้ที่ประมาณ 149,000 ล้านดีแรห์ม หรือ ราว 40,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
-การโจมตี 28 กุมภาพันธ์ เปลี่ยนแปลง “ดูไบ” อย่างไร ?
ความเสียหายทางกายภาพในช่วงสุดสัปดาห์จากการโจมตีที่เกิดขึ้นกระทบดูไบอย่างเห็นได้ชัด สนามบินนานาชาติดูไบถูกโจมตี ท่าเทียบเรือแห่งหนึ่งที่ท่าเรือเจเบลอาลีเกิดเพลิงไหม้ และโรงแรม Burj Al Arab ได้รับความเสียหายจากเศษชิ้นส่วนของขีปนาวุธสกัดกั้นจนกระทรวงกลาโหมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ออกมาเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 58 ราย จากการโจมตีนี้
นาบิล มิลาลี ผู้จัดการพอร์ตการลงทุนหลายสินทรัพย์ของ Edmond de Rothschild Asset Management กล่าวว่าผู้คนหวาดกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาต้องหลบภัยในสถานที่ใต้ดิน สนามบินดูไบซึ่งเป็นหนึ่งในสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกต้องปิดทำการหลายวันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ 70% ที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคนี้จะยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน
มิลาลี เปิดเผยด้วยว่า บริษัทได้ลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นทั่วโลกตั้งแต่สัปดาห์ก่อน เพื่อเตรียมรับความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตีอิหร่าน ในขณะที่แหล่งข่าวจากบริษัทการลงทุนขนาดกลางในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์รายหนึ่งระบุว่า บริษัทเริ่มวางแผนปลดพนักงานล่วงหน้าและระงับการระดมทุนแล้ว
ส่วนในอุตสาหกรรมเครื่องประดับมีรายงายว่า ความต้องการทองคำแท่งพุ่งสูงขึ้น ขณะที่ธนาคารเอกชนระหว่างประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้กำลังขยายธุรกิจในเอมิเรต อาจทบทวนขอบเขตการดำเนินงานอีกครั้ง โดยเริ่มพิจารณาว่าจะให้บริการลูกค้าในพื้นที่ต่อไป หรือย้ายไปดำเนินการจากประเทศอื่นแทน
ด้าน มธุร กักการ์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Elevate Financial Services กล่าวว่า ในอดีต ตลาดอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในช่วงวิกฤต รวมถึงช่วงโควิด-19 โดยได้รับการสนับสนุนจากนโยบายและการบริหารจัดการที่แข็งแกร่ง
แต่จากสถานการณ์สู้รบนี้ที่ทำให้เกิดการโยกย้ายเงินทุนสถาบันขนาดใหญ่ครั้งใหญ่หนีออกจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือภูมิภาคอ่าวอาหรับโดยรวม ดูไม่น่าจะเกิดขึ้น เว้นแต่ความตึงเครียดจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหรือยืดเยื้อเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม การระงับการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อาบูดาบีและดูไบเมื่อวันที่ 2 และ 3 มีนาคม ที่ผ่านมาถือเป็นมาตรการที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ด้าน วิลเลียม แจ็คสัน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ตลาดเกิดใหม่ของ Capital Economics กล่าวว่า นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในมุมมองความเชื่อมั่น เศรษฐกิจของประเทศอ่าวอาหรับโดยทั่วไปถูกมองว่าปลอดภัยจากการตอบโต้ของอิหร่าน แต่มุมมองนั้นได้เปลี่ยนไปอย่างมากในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ผลกระทบจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ความขัดแย้งดำเนินต่อไปและนี่เป็นความท้าทายครั้งใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาถึงการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
ทั้งนี้ แม้ว่า “ดูไบ” เมืองที่เป็นสัญลักษณ์ของความร่ำรวยและอู้ฟู่ แต่ต้องยอมรับว่าจากการโจมตีตอบโต้กลับของอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ทำให้ดูไบจากสวรรค์ของคนรวยตกอยู่ในภาวะสงครามที่ต้องก้าวผ่านความท้าทายใหญ่นี้ไปให้ได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
