วิกฤตโลกร้อน ทำ “ฉลาม” เข้าใกล้มนุษย์!

ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ข่าวเหตุฉลามกัดติดต่อกันหลายครั้งตามแนวชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลียได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมอย่างมาก ภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง เกิดเหตุฉลามโจมตีโดยไม่ยั่วยุถึง 4 ครั้ง รวมถึงกรณีสะเทือนใจที่เด็กชายวัย 12 ปีเสียชีวิตจากการว่ายน้ำในอ่าวซิดนีย์ เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้กำจัดฉลาม และตอกย้ำความเชื่อเดิม ๆ ว่าฉลามคือผู้ล่าที่จ้องทำร้ายมนุษย์
อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ด้านฉลามเตือนว่า การมองเหตุการณ์เหล่านี้ผ่านกรอบความกลัวเพียงอย่างเดียว อาจทำให้เรามองข้ามสาเหตุที่แท้จริงซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการกระทำของมนุษย์เอง
ดร.นิโคลัส เรย์ นักวิจัยด้านพลวัตประชากรฉลามขาวจากมหาวิทยาลัยน็อตติงแฮม เทรนต์ สหราชอาณาจักร อธิบายว่า สื่อมวลชนมักนำเหตุฉลามกัดทั้งหมดมารวมเป็น “เรื่องเล่าเดียวของอันตราย” ทั้งที่จริงแล้ว ออสเตรเลียมีฉลามมากกว่า 180 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละชนิดมีพฤติกรรมและถิ่นอาศัยแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การวิเคราะห์ข้อมูลเหตุฉลามกัดล่าสุดพบว่า หลายกรณีเกิดขึ้นใกล้ชายฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณปากแม่น้ำและรอบอ่าวซิดนีย์ หลังจากเกิดฝนตกหนัก ปรากฏการณ์นี้เชื่อมโยงโดยตรงกับภาวะโลกร้อน เนื่องจากอุณหภูมิอากาศที่สูงขึ้นทุก ๆ 1 องศาเซลเซียส ทำให้บรรยากาศกักเก็บความชื้นได้มากขึ้นราว 7% ส่งผลให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมบ่อยขึ้น
น้ำท่วมส่งผลต่อระบบนิเวศชายฝั่ง ทั้งความเค็ม อุณหภูมิ และทัศนวิสัยใต้น้ำ ฉลามหัวบาตร ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุโจมตีหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา มักถูกดึงดูดเข้าสู่พื้นที่น้ำท่วม เพราะเหยื่อของมันถูกกระแสน้ำพัดพามารวมตัวกัน
นอกจากนี้ ปัจจัยจากมนุษย์ เช่น น้ำทิ้งจากเมือง ระบบแม่น้ำที่ถูกดัดแปลง น้ำเสีย และกิจกรรมประมง ล้วนส่งผลต่อการกระจุกตัวของสัตว์น้ำ เมื่อเหยื่อรวมตัว ฉลามก็จะตามมา ทำให้การว่ายน้ำหรือเล่นเซิร์ฟใกล้ปากแม่น้ำหลังน้ำท่วมกลายเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
ดร.เรย์ยังอธิบายเพิ่มเติมว่า ฉลามขาวเองก็ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการเคลื่อนที่ของพวกมันสัมพันธ์กับแหล่งอาหารและสภาพมหาสมุทร เช่น อุณหภูมิน้ำและกระแสน้ำ เขาย้ำว่า ฉลามไม่ได้ตั้งใจล่ามนุษย์ การกัดส่วนใหญ่เกิดจากการเข้าใจผิดหรือพฤติกรรมสำรวจ เนื่องจากฉลามใช้ประสาทสัมผัสด้านการสั่นสะเทือนและสนามไฟฟ้ามากกว่าการมองเห็น
เหตุฉลามกัดไม่ใช่สัญญาณว่าฉลามกำลัง “หันมาต่อต้านมนุษย์” แต่เป็นผลลัพธ์ของปฏิสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ระบบนิเวศที่ถูกรบกวน และพฤติกรรมของมนุษย์เอง หากเรายังคงตีความทุกเหตุการณ์ผ่านกรอบความกลัวและการกล่าวโทษสัตว์ป่า เราจะพลาดโอกาสในการตั้งคำถามที่สำคัญกว่า นั่นคือ เราได้เปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อมชายฝั่งอย่างไร เงื่อนไขใดเพิ่มความเสี่ยง และเราจะลดอันตรายได้อย่างไร โดยไม่ต้องทำลายหรือทำให้สัตว์ป่ากลายเป็นผู้ร้าย การทำความเข้าใจธรรมชาติอย่างรอบด้าน อาจเป็นกุญแจสำคัญในการอยู่ร่วมกันอย่างปลอดภัยระหว่างมนุษย์กับมหาสมุทร
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
