ดร.เจษฎ์ เยี่ยมทหารช่องอานม้า เสนอทบทวน MOU 43 ไทย–กัมพูชา

ดร.เจษฎ์ เยี่ยมทหารช่องอานม้า เสนอทบทวนข้อตกลงไทย–กัมพูชา
รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวนิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครักชาติ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่บริเวณ ช่องอานม้า ซึ่งเป็นช่องทางธรรมชาติบนเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมกำลังพลและติดตามสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดน
การลงพื้นที่ครั้งนี้มีการหารือถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง พร้อมประเมินความเชื่อมโยงต่อความมั่นคงของประเทศไทย โดยเฉพาะประเด็นความเปราะบางตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมเสนอให้รัฐบาลทบทวนข้อตกลงทวิภาคีระหว่างสองประเทศ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาเขตแดนอย่างเด็ดขาด
รศ.ดร.เจษฎ์ ระบุว่า ในสถานการณ์วิกฤตตะวันออกกลาง สิ่งสำคัญอันดับแรกคือรัฐบาลต้องเร่งอพยพคนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยกลับประเทศโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ขณะเดียวกัน พรรครักชาติยังมีจุดยืนให้ประเทศไทยดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบวางตัวเป็นกลางบนเวทีโลก และไม่สนับสนุนการใช้กำลังหรือความรุนแรงในความขัดแย้งระหว่างประเทศ
นอกจากประเด็นต่างประเทศแล้ว รศ.ดร.เจษฎ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณ “หน้าด่าน” ของประเทศ โดยชี้ว่าพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชายังคงมีความเปราะบาง และยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติอย่างแท้จริง ดังนั้นการเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งของกองทัพจึงมีความสำคัญ เพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงและปกป้องอธิปไตยของประเทศ
ในส่วนของการจัดการพื้นที่ทับซ้อนและเขตแดน รศ.ดร.เจษฎ์ เสนอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนข้อตกลง MOU 43 ระหว่างไทยกับกัมพูชา โดยมองว่าหากรัฐบาลตัดสินใจยกเลิกข้อตกลงดังกล่าว การจัดการสถานการณ์ชายแดนและการกำหนดพื้นที่ระหว่างสองประเทศอาจทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ข้อเสนอเรื่องการยกเลิก MOU 43 ถูกมองว่าอาจเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายปัญหาเขตแดนระหว่างไทยและกัมพูชาอย่างชัดเจน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถจัดวางกำลังและพื้นที่ในเขตที่เหมาะสมของตนเองได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
ในช่วงท้าย รศ.ดร.เจษฎ์ ฝากถึงสังคมไทยว่า แม้วิกฤตในตะวันออกกลางอาจมีนานาชาติช่วยเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่กรณีความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา ประเทศไทยจำเป็นต้องพึ่งพาตนเองเป็นหลัก พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนร่วมมือกันรักษาความสามัคคีของประเทศ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
