ผลักดันกัมพูชากลับประเทศ รวบ 5 คนจีน คาดโยงแก๊งคอลฯ

กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ และกองร้อยทหารพรานที่ 1201 ได้สนธิกำลังร่วมกับ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดสระแก้ว ศุลกากร และด่านควบคุมโรคติดต่อฯ ร่วมกันดำเนินการส่งตัวชาวกัมพูชากลับประเทศ ที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย–กัมพูชา จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
สำหรับการปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการผลักดันชาวกัมพูชาที่ถูกจับกุมและดำเนินคดีในข้อหาต่างๆ ในประเทศไทย จนสิ้นสุดกระบวนการตามกฎหมายแล้ว จำนวนรวมทั้งสิ้น 55 คน แบ่งเป็นชาย 34 คน หญิง 19 คน และเด็กชายอีก 2 คน
โดยขั้นตอนการส่งกลับ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจเช็กเอกสารบุคคลอย่างละเอียด พร้อมคัดกรองด้านความมั่นคงและตรวจสุขภาพตามมาตรการป้องกันโรคติดต่ออย่างเคร่งครัด ท่ามกลางการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทหารพรานและฝ่ายปกครอง เพื่อให้การส่งมอบตัวแก่ทางการกัมพูชาเป็นไปอย่างถูกต้องและเรียบร้อย
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลในการบริหารจัดการชายแดนและควบคุมการเข้า-ออกเมืองให้ถูกกฎหมาย โดยยึดหลักมนุษยชนและสิทธิสากล ควบคู่กับการรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณชายแดน ซึ่งภาพรวมการส่งกลับในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบเหตุผิดปกติใดๆ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ และชุดควบคุมทหารพรานที่ 12 ได้สนธิกำลังออกลาดตระเวนเข้มงวดตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมาย ขณะตรวจตรามาถึงบริเวณเส้นทางธรรมชาติ พื้นที่บ้านเนินสมบูรณ์ ตำบลคลองน้ำใส อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัย 5 คน ลักษณะคล้ายชาวต่างชาติ เดินลัดเลาะเข้ามาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้น
จากการตรวจสอบพบว่าทั้งหมดเป็นชายสัญชาติจีน อายุระหว่าง 25-33 ปี โดยทุกคนไม่มีหนังสือเดินทาง (Passport) และที่น่าสังเกตคือ ไม่มีใครพกโทรศัพท์มือถือติดตัวเลยแม้แต่คนเดียว นอกจากนี้ จากการตรวจค้นตัวพบบัตรเครดิตและบัตรเดบิตธนาคารต่างๆ รวม 20 ใบ ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ผิดปกติ
จากการสอบสวนผ่านล่าม ผู้ต้องหาให้ข้อมูลว่าเดินทางมาเที่ยวกัมพูชาตั้งแต่ปี 2568 และต่อมาได้รับการชักชวนจากเพื่อนชาวจีนให้เดินทางไปยังปอยเปต จากนั้นเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้เดินเท้าท่องเที่ยวบริเวณชายแดน แต่เมื่อเห็นมีเจ้าหน้าที่จำนวนมากในพื้นที่ จึงพากันเดินออกนอกเส้นทางไปตามช่องทางธรรมชาติจนหลงเข้ามาในเขตไทย แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากพฤติการณ์หลายอย่างไม่สอดคล้องกับนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยเฉพาะการไม่มีโทรศัพท์มือถือและการพกบัตรเครดิตจำนวนมาก ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์หรืออาชญากรรมข้ามชาติ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคลองน้ำใส เพื่อดำเนินคดีข้อหาลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และจะขยายผลตรวจสอบที่มาของบัตรเครดิตทั้งหมดเพื่อหาความเชื่อมโยงกับขบวนการผิดกฎหมายต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
