นายกฯ เยือนอินโดฯ วันแรก ดันการค้า 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

สรุปภารกิจนายกฯ เยือนอินโดนีเซียวันแรก ไทย–อินโดฯ ตั้งเป้าการค้า 23,000 ล้านดอลลาร์ ดันฮาลาล–ลงทุน–ท่องเที่ยว ยกระดับความร่วมมือความมั่นคง
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เริ่มภารกิจเยือนสาธารณรัฐอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 3-4 สิงหาคม 2569 ตามคำเชิญของนายปราโบโว ซูบียันโต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย นับเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 15 ปี โดยวันแรกของการเยือนมีทั้งพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ การหารือระดับผู้นำ การลงนามเอกสารความร่วมมือ การแถลงข่าวร่วม และภารกิจด้านความมั่นคง สะท้อนการเดินหน้าความสัมพันธ์ "หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์" ระหว่างไทยกับอินโดนีเซียในหลายมิติ
เดินทางถึงจาการ์ตา เริ่มภารกิจเยือนอย่างเป็นทางการ
เมื่อเวลา 15.45 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงจาการ์ตา ซึ่งตรงกับเวลาประเทศไทย นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานฮาลิมเปอร์ดานากุสุมา กรุงจาการ์ตา เพื่อเริ่มการเยือนอย่างเป็นทางการ โดยมี พล.อ.จามารี คานียาโก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงประสานงานด้านกิจการการเมืองและความมั่นคงของอินโดนีเซีย ในฐานะรัฐมนตรีเกียรติยศ พร้อมด้วยนายฮารี ปราโบโว เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำประเทศไทย และนายประพันธ์ ดิษยทัต เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ให้การต้อนรับ
คณะผู้แทนฝ่ายไทยประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประธานาธิบดีอินโดนีเซียจัดพิธีต้อนรับสมเกียรติ
ต่อมาเวลา 16.30 น. นายกรัฐมนตรีเดินทางถึงทำเนียบประธานาธิบดีอินโดนีเซีย โดยนายปราโบโว ซูบียันโต ให้การต้อนรับอย่างเป็นทางการ
พิธีประกอบด้วยการบรรเลงเพลงชาติของทั้งสองประเทศ การยิงสลุต 19 นัด การตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ การพบปะเยาวชนที่มารอต้อนรับ การแนะนำคณะผู้แทนของทั้งสองฝ่าย และการถ่ายภาพร่วมหน้าธงชาติไทยและอินโดนีเซีย
รัฐบาลระบุว่า การต้อนรับครั้งนี้สะท้อนถึงมิตรภาพ ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์อันยาวนานของทั้งสองประเทศ พร้อมตอกย้ำความสำคัญของการเยือนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยในรอบ 15 ปี และเจตนารมณ์ร่วมในการต่อยอดความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
หารือเต็มคณะ ตั้งเป้าเพิ่มการค้าเป็น 23,000 ล้านดอลลาร์
ภายหลังพิธีต้อนรับ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้หารือทั้งในวงเล็กและการหารือทวิภาคีเต็มคณะ เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือระหว่างสองประเทศ
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือการตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างไทยและอินโดนีเซียเป็น 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 จากปัจจุบันประมาณ 19,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยทั้งสองฝ่ายเชื่อว่าด้วยศักยภาพของทั้งสองประเทศ เป้าหมายดังกล่าวอาจบรรลุได้เร็วกว่ากำหนด
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่เชื่อถือได้ของอินโดนีเซีย ทั้งการขยายการค้าสินค้าเกษตร การสร้างความมั่นคงทางอาหาร การส่งเสริมการลงทุน และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาค พร้อมเชิญชวนภาคเอกชนอินโดนีเซียเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของอาเซียนภาคพื้นทวีป
ผลักดันฮาลาล การศึกษา และการท่องเที่ยว
ทั้งสองประเทศเห็นพ้องที่จะร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมฮาลาล โดยใช้จุดแข็งของอินโดนีเซียในฐานะตลาดผู้บริโภคมุสลิมขนาดใหญ่ ควบคู่กับศักยภาพด้านการผลิตและมาตรฐานฮาลาลของไทย เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศ
ด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายแสดงความยินดีต่อการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกับสายการบิน TransNusa เพื่อเปิดเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ–จาการ์ตา และ ภูเก็ต–บาหลี ซึ่งคาดว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจด้านการศึกษา เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนนักเรียน นักศึกษา บุคลากร และองค์ความรู้ระหว่างไทยและอินโดนีเซีย
ยกระดับความร่วมมือปราบอาชญากรรมข้ามชาติ
ด้านความมั่นคง ไทยและอินโดนีเซียเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การค้ามนุษย์ การลักลอบค้ายาเสพติด และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย
นายกรัฐมนตรีระบุว่า อาชญากรรมออนไลน์เป็นภัยคุกคามที่ไม่มีพรมแดน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ พร้อมเปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมา ไทยได้อำนวยความสะดวกส่งชาวอินโดนีเซียกว่า 1,000 คน ซึ่งตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวงในประเทศเพื่อนบ้าน เดินทางกลับประเทศได้อย่างปลอดภัย
ทั้งสองฝ่ายยังยืนยันจะเดินหน้าความร่วมมือทางทหารอย่างต่อเนื่อง โดยประธานาธิบดีปราโบโวเคยเข้าร่วมการฝึกกับหน่วยรบพิเศษของไทยในอดีต
ผลักดันอาเซียนและการเข้าเป็นสมาชิก OECD
ผู้นำทั้งสองประเทศยังหารือถึงบทบาทของอาเซียนในการรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก พร้อมยืนยันจะร่วมกันผลักดันการบูรณาการทางเศรษฐกิจของภูมิภาค และรักษาบทบาทความเป็นแกนกลางของอาเซียน
นายกรัฐมนตรีเสนอว่า ไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งต่างอยู่ระหว่างกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ควรแลกเปลี่ยนประสบการณ์และประสานความร่วมมือ เพื่อยกระดับมาตรฐานด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และธรรมาภิบาลของภูมิภาค
แลกเปลี่ยนเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ
หลังการหารือ ผู้นำทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยานในการแลกเปลี่ยนเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ ได้แก่
- แผนปฏิบัติการว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ไทย–อินโดนีเซีย
- บันทึกความเข้าใจด้านการศึกษา
ก่อนร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
อินโดนีเซียขอบคุณไทยช่วยเหลือเหยื่อแก๊งหลอกลวง
ระหว่างการแถลงข่าวร่วม นายปราโบโว ซูบียันโต กล่าวขอบคุณประเทศไทยที่ให้ความช่วยเหลือพลเมืองอินโดนีเซียซึ่งตกเป็นเหยื่อขบวนการหลอกลวงออนไลน์ในประเทศเพื่อนบ้านจนสามารถเดินทางกลับประเทศได้อย่างปลอดภัย พร้อมยืนยันว่าจะยกระดับความร่วมมือกับไทยในการปราบปรามการค้ามนุษย์ การหลอกลวงออนไลน์ และภัยคุกคามด้านความมั่นคงรูปแบบใหม่
ประธานาธิบดีอินโดนีเซียยังชื่นชมบทบาทของไทยในการผลักดันการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์เมียนมาภายใต้กรอบอาเซียน และแสดงความหวังว่าสถานการณ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาจะคลี่คลายด้วยสันติวิธี ผ่านการเจรจาและกลไกที่สร้างสรรค์ เพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค
ร่วมพิธีเชิดชูเกียรติประธานาธิบดีอินโดนีเซีย
ช่วงค่ำของวันเดียวกัน ภายหลังการแถลงข่าวร่วม นายกรัฐมนตรีร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีมอบเครื่องหมายเชิดชูเกียรติจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองทัพบก แด่ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เพื่อยกย่องบทบาทในการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยและอินโดนีเซีย
เครื่องหมายเชิดชูเกียรติประกอบด้วย หมวกเบเรต์สีแดง มีดรบพร้อมเชือกสีแดง ปีกกระโดดร่ม และเหรียญที่ระลึก ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากลได้มอบโล่และปีกของหน่วย เพื่อรำลึกถึงความร่วมมือด้านการต่อต้านการก่อการร้าย โดยเฉพาะปฏิบัติการ "Woyla" ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในภารกิจช่วยเหลือตัวประกันที่ประสบความสำเร็จของหน่วย Kopassus ของอินโดนีเซีย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
