แจกส่วนลด "ตรุษจีน" รัฐบาลจีนไอเดียเลิศ อัดแคมเปญพิเศษ "ชอปปิง-กิน-เที่ยว" ในประเทศ ฟื้นกำลังซื้อ กระตุ้นเศรษฐกิจ

รัฐบาลจีนอัดแคมเปญพิเศษ รับเทศกาล "ตรุษจีน" ปีนี้ ลด แลก แจก แถม ให้คนในชาติ ชอปปิง-กิน-เที่ยว ในประเทศ หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ
"ช็อปช่วยชาติ" มาแล้ว แต่ไม่ใช่ที่เมืองไทย แต่กำลังจะเกิดขึ้นที่เมืองจีน ล่าสุดทางการจีนประกาศจัดแคมเปญพิเศษรับตรุษจีน กระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ ให้คนออกมาชอปปิงท่องเที่ยวกันในช่วงเทศกาลยาวๆ ทั้ง 9 วัน ลด แลก แจก แถมคจัดหนัก ตั้งแต่การกินข้าวนอกบ้าน โรงแรมที่พัก ที่เที่ยว ไปจนถึงส่วนลดตั๋วดูหนัง
ตรุษจีน หรือปีใหม่ของจีน เป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ และเป็นช่วงเวลาที่มีการจับจ่ายใช้สอยที่คึกคักมากที่สุดในทุกปี โดยเฉพาะที่จีนแผ่นดินใหญ่ ที่มีประชากรมหาศาล ซึ่งในทุกๆปีเราจะเห็นว่ามีคนจีนออกเดินทางไปเที่ยวยังต่างประเทศทั่วโลกกันอย่างคึกคัก แต่สำหรับปีนี้ทางการจีนตั้งใจและต้องการให้คนจีนเที่ยวในประเทศมากขึ้น เพื่อทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินมากที่สุด
ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศว่า รัฐบาลจีนเตรียมเปิดตัวแคมเปญชอปปิงพิเศษเป็นระยะเวลา 9 วัน ระหว่างวันที่ 15–23 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศในช่วงเทศกาลตรุษจีน เป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายของประชาชน เพิ่มกิจกรรมทางวัฒนธรรม และสร้างความคึกคักให้กับตลาดภายในประเทศในช่วงวันหยุดยาว พร้อมทั้งช่วยพยุงการเติบโตของเศรษฐกิจในช่วงต้นปีเอาไว้
โดยกระทรวงพาณิชย์ จะร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ 8 แห่ง ครอบคลุมกิจกรรมส่งเสริมการบริโภคใน 6 ด้านหลัก ได้แก่ การรับประทานอาหาร ที่พัก การคมนาคม การท่องเที่ยว การชอปปิง และความบันเทิง โดยรัฐบาลจีนระบุว่า มาตรการที่ออกมาจะเชื่อมโยงการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ให้เข้ากับกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นการบริโภคในวงกว้างและกระจายรายได้ไปยังภาคธุรกิจต่างๆ หลากหลายประเภท
มาตรการสำคัญประกอบด้วยการส่งเสริมการรับประทานอาหารในช่วงเทศกาล การจัดงานเลี้ยงรวมญาติและกิจกรรมอาหารท้องถิ่นในหลายเมือง การมอบส่วนลดสินค้าเครื่องใช้ภายในบ้านและการตกแต่งที่อยู่อาศัย การเพิ่มขีดความสามารถของระบบขนส่งทั้งทางรถไฟ ทางถนน และการบิน เพื่อรองรับการเดินทางจำนวนมากในช่วงวันหยุดยาว และยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการบริโภค ในด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ตลอดจนการจัดโปรโมชันในย่านการค้าสำคัญ และการให้ส่วนลดบัตรชมภาพยนตร์เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายด้านความบันเทิงอีกด้วย
นอกจากนี้ สิ่งที่มาพร้อมกัน คือ การขยายโครงการ “เก่าแลกใหม่” ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่ได้รับกระแสการตอบรับที่ดีในช่วงที่ผ่านมา โดยคนจีนสามารถนำสินค้าเก่าที่ใช้งานแล้ว เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มาแลกซื้อสินค้าใหม่ได้ พร้อมรับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ
ถามว่าทำไม ต้องเป็นช่วงตรุษจีน คำตอบ คือ เทศกาลตรุษจีนถือเป็นช่วงเวลาที่การบริโภคภายในประเทศของจีนอยู่ในระดับสูงที่สุดของปีมาอย่างต่อเนื่อง และมักถูกใช้เป็นดัชนีชี้วัดกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในภาพรวม ข้อมูลย้อนหลังหลายปีสะท้อนว่า ช่วงวันหยุดตรุษจีนมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนยอดค้าปลีก การใช้จ่ายด้านบริการ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะการเดินทาง การท่องเที่ยว การรับประทานอาหาร และความบันเทิง
ย้อนกลับไปดูตัวเลขในช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19 การใช้จ่ายในช่วงตรุษจีนของจีนมีอัตราการเติบโตในระดับสูงต่อเนื่อง และเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจภาคบริการ ภายหลังการคลี่คลายของมาตรการควบคุมโรค ตัวเลขการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลดังกล่าวเริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยในปี 2566 และ 2567 จำนวนการเดินทางภายในประเทศในช่วงตรุษจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้จากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายด้านบริการกลับมาเติบโตในอัตราสองหลัก
สำหรับปี 2568 ซึ่งเป็นปีล่าสุดก่อนการประกาศแคมเปญครั้งนี้ ข้อมูลจากหน่วยงานด้านภาษีของจีนระบุว่า ยอดขายในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในช่วงวันหยุดตรุษจีนเพิ่มขึ้น 10.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยการบริโภคสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 9.9 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การบริโภคด้านบริการขยายตัว 12.3 เปอร์เซ็นต์ ค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่า 37.5 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนความต้องการเดินทางและการใช้จ่ายเพื่อการพักผ่อนของประชาชนในช่วงวันหยุดยาว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการ “เก่าแลกใหม่” ที่มีการขยายในปีนี้ หลังจากปีที่แล้วได้ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างชัดเจน ในช่วงตรุษจีนปี 2568 เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 166.4 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ดิจิทัล เติบโตสูงถึง 181.9 เปอร์เซ็นต์
แคมเปญพิเศษ ชอปปิงตรุษจีน ถือเป็นความหวังของรัฐบาลจีน ที่วันนี้ต้องเน้นไปที่โครงสร้างในประเทศมากขึ้น หลังจากเจอกับแรงกดดันภายนอกประเทศรอบด้าน โดยเฉพาะภาษีการค้าสหรัฐฯ
เศรษฐกิจจีนปีนี้ยังเหนื่อยอยู่ เพราะอุปสงค์ภายในประเทศยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ แม้ว่าปีที่ผ่าน GDP ของจีนจะเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาล ที่ประมาณ 5.0 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อส่องดูไส้ใน จะพบว่ามีโครงสร้างการเติบโตที่ไม่สมดุล การบริโภคภายในประเทศและการลงทุนของภาคเอกชนขยายตัวในอัตราจำกัด ขณะที่การส่งออกยังคงทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ข้อมูลทางการของจีนยังระบุว่า รายได้จากการจัดเก็บภาษีและรายได้ของรัฐบาลในปี 2568 ลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2563 แรงกดดันหลักๆ มาจากภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีน หรือตลาดที่อยู่อาศัยนั้นยังคงซบเซา ขณะที่กำลังซื้อภายในประเทศเองก็ฟื้นตัวไม่เต็มที่ แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตรการทางการคลังหลายรูปแบบเพื่อพยุงเศรษฐกิจเอาไว้แล้วก็ตาม ดังนั้นผู้กำหนดนโยบายของจีนจึงต้องเร่งเพิ่มอุปสงค์ภายในประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะกลางและระยะยาวเอาไว้ให้ได้
ที่สำคัญ คือ ปัจจัยภายนอกประเทศ ที่รุมเร้าเข้ามาในช่วงเวลานี้ เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจจีนที่ยังคงพึ่งพาการส่งออกและการลงทุนเป็นหลัก ทำให้เศรษฐกิจมีความอ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความตึงเครียดทางการค้ากับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา
สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจจีนในปี 2569 รัฐบาลจีนมีแนวโน้มตั้งเป้าการเติบโตของ GDP ไว้ที่ประมาณ 4.5–5.0 เปอร์เซ็นต์ เพื่อรักษาการเติบโตในระดับที่ยั่งยืนภายใต้ข้อจำกัดจากปัจจัยภายในและภายนอก ขณะที่การคาดการณ์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศประเมินว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวประมาณ 4.5 เปอร์เซ็นต์ และธนาคารโลกประเมินกรอบการเติบโตไว้ที่ประมาณ 4.0–4.4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสะท้อนการเติบโตในอัตราที่ค่อยเป็นค่อยไป
ปีนี้ความท้าทาย หรือศึกสงครามการค้าโลกยังไม่จบลง และจีนก็เป็นผู้เล่นสำคัญในเกมนี้ โดยเฉพาะการค้ากับสหรัฐอเมริกา ที่ยังมีความเสี่ยงเรื่องกำแพงภาษีอยู่ ดังนั้นการกระตุ้นในประเทศจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น หรือไม่ทำไม่ได้ และตรุษจีนก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ที่จะสร้างแรงส่งไปได้ตั้งแต่ต้นปี