รีเซต

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 30 ต.ค. 2569 ปิดลบ 132 จุด Nasdaq ร่วง 1.38%

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 30 ต.ค. 2569 ปิดลบ 132 จุด Nasdaq ร่วง 1.38%
TNN ช่อง16
30 ตุลาคม 2569 ( 07:19 )
7

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2569 โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 132.54 จุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq ร่วงลงกว่า 365 จุด หลังนักลงทุนผิดหวังผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ โดยเฉพาะ Alphabet และ Caterpillar ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่เร่งตัวขึ้นในเดือนกันยายน แม้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาส 3 จะขยายตัวสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก็ตาม

ดาวโจนส์-S&P500-Nasdaq ปิดลบยกแผง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 52,342.56 จุด ลดลง 132.54 จุด หรือ 0.25% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,720.39 จุด ลดลง 23.59 จุด หรือ 0.30% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,184.73 จุด ลดลง 365.13 จุด หรือ 1.38%

หุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยลดลง 6.6% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ลดลง 0.9% ขณะที่หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ปรับตัวขึ้นมากที่สุด 2.5% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 2.2%

Alphabet-Caterpillar ฉุดตลาด หลังผลประกอบการสร้างความผิดหวัง

หุ้น Alphabet บริษัทแม่ของ Google ร่วงลง 12.6% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรต่อหุ้นและรายได้ในไตรมาส 3 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมรายงานกระแสเงินสดติดลบ 9.07 พันล้านดอลลาร์ จากการลงทุนจำนวนมากในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)

นอกจากนี้ Alphabet ยังคงประมาณการรายจ่ายฝ่ายทุน (Capex) ไว้ที่ 195,000-205,000 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการลงทุนด้าน AI และความคุ้มค่าของการใช้จ่ายในระยะยาว โดยแรงขายหุ้น Alphabet ยังฉุดหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารให้ปรับตัวลงอย่างหนัก

ด้านหุ้น Caterpillar ผู้ผลิตเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างรายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วงลง 9.3% แม้บริษัทจะรายงานรายได้และกำไรไตรมาส 3 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เนื่องจากยอดขายเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างต่ำกว่าคาด ขณะที่บริษัทยังคงเป้าหมายการเติบโตตลอดปีงบการเงิน 2569 ไว้ที่ระดับเดิม การปรับตัวลงครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563

หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ลดลง 1.4% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับผลตอบแทนจากการลงทุนใน AI โดยเฉพาะบริษัทผลิตชิปที่มีภาระหนี้สินสูง หลังหุ้นกลุ่มดังกล่าวปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 4 วันก่อนหน้านี้

ขณะเดียวกัน หุ้น Fortinet และ ServiceNow ซึ่งเป็นบริษัทซอฟต์แวร์รายใหญ่ ต่างร่วงลงมากกว่า 20% หลังเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวัง ส่วนหุ้น Marvell Technology ลดลง 13.2% หลังมีรายงานว่าบริษัทกำลังเจรจาซื้อกิจการ Lumentum Holdings ผู้ผลิตอุปกรณ์ออปติกสำหรับศูนย์ข้อมูล ขณะที่หุ้น Lumentum เพิ่มขึ้น 0.6%

หุ้น Eli Lilly-Merck-Ford พุ่ง รับผลประกอบการแข็งแกร่ง

แม้ตลาดหุ้นโดยรวมปรับตัวลง แต่หุ้นบางบริษัทสามารถปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดได้จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

หุ้น Eli Lilly พุ่งขึ้น 6.6% หลังบริษัทปรับเพิ่มแนวโน้มรายได้ โดยได้รับแรงหนุนจากยอดขายยาลดน้ำหนักที่ดีกว่าคาด

หุ้น Merck เพิ่มขึ้น 3.8% หลังรายงานผลประกอบการสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากยอดขายยา Keytruda ซึ่งใช้รักษาโรคมะเร็ง และวัคซีน HPV Gardasil

ส่วนหุ้น Ford ปรับตัวขึ้น 12.4% หลังบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายนี้เปิดเผยรายได้ในไตรมาส 3 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

เงินเฟ้อสหรัฐฯ เร่งตัว กดดันความเชื่อมั่นนักลงทุน

อีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันตลาดหุ้นนิวยอร์กคือความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนกันยายน ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ใช้ประกอบการพิจารณานโยบายการเงิน

ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 3.6% เมื่อเทียบรายปี เร่งตัวขึ้นจากระดับ 3.4% ในเดือนสิงหาคม

ขณะที่ดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าระดับ 3.0% ในเดือนสิงหาคม

ตัวเลขเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นสอดคล้องกับแถลงการณ์ของเฟดหลังการประชุมเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ซึ่งระบุว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และเฟดจำเป็นต้องรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประเมินแนวทางนโยบายการเงินที่เหมาะสม โดยมีเป้าหมายให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่ระดับ 2% ในระยะเวลาที่เหมาะสม

GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 3 โต 3.4% สูงกว่าคาด

อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแสดงสัญญาณการขยายตัวที่แข็งแกร่ง โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งแรกของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 3/2569 ขยายตัว 3.4% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 3.2%

การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI และการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง

แม้ GDP จะขยายตัวสูงกว่าคาด แต่ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ยังคงกดดันบรรยากาศการลงทุน ส่งผลให้ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ดัชนีของตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงในวันดังกล่าว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง