รีเซต

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 28 ต.ค. 2569 เพิ่มขึ้น 15.99 จุด รับแรงซื้อหุ้น AI

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 28 ต.ค. 2569  เพิ่มขึ้น 15.99 จุด รับแรงซื้อหุ้น AI
TNN ช่อง16
28 ตุลาคม 2569 ( 07:34 )

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (27 ต.ค. 2569) โดยดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 300 จุด ขานรับแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงต่อเนื่อง ช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 52,377.57 จุด เพิ่มขึ้น 15.99 จุด หรือ 0.03% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,722.60 จุด เพิ่มขึ้น 45.83 จุด หรือ 0.60% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,477.81 จุด เพิ่มขึ้น 308.43 จุด หรือ 1.18%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1.5% นำตลาด ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยที่เพิ่มขึ้น 1.36% ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานลดลงมากที่สุด 2.2% และหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลง 0.9%

ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงต่อเนื่องเป็นอีกปัจจัยช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน โดยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลง 1.83% ปิดที่ 99.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ลดลง 1.67% ปิดที่ 113.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

หุ้น AI-ชิปพุ่ง รับข่าว Anthropic เตรียม IPO

แรงซื้อหุ้นเทคโนโลยี AI และหุ้นชิปยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด หลังบริษัท Anthropic ผู้พัฒนา Claude AI ยื่นเอกสารเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) เมื่อวันจันทร์ (26 ต.ค.) โดยระบุแผนนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ภายใต้สัญลักษณ์ “ANT” และคาดว่าจะเริ่มซื้อขายในช่วงกลางเดือนพ.ย.

หุ้น Micron Technology ปรับตัวขึ้นเกือบ 3% หุ้น Advanced Micro Devices (AMD) พุ่งขึ้น 5% และหุ้น Broadcom เพิ่มขึ้น 4% หลังกลุ่มพันธมิตรธนาคาร ซึ่งประกอบด้วย Bank of America, Citigroup และ Morgan Stanley ร่วมกับ Blackstone ประกาศจัดหาเงินทุนมูลค่า 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อเทคโนโลยีของ Broadcom ให้แก่ Anthropic

ข่าวดังกล่าวช่วยหนุนดัชนี Philadelphia SE Semiconductor (SOX) ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ให้พุ่งขึ้น 3.6% ต่อเนื่องจากวันจันทร์ หลังหุ้นกลุ่มนี้ฟื้นตัวจากการร่วงลงก่อนหน้านี้ ท่ามกลางความกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากการลงทุนใน AI ได้หรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนการกู้ยืมอยู่ในระดับสูง

UPS-เรือสำราญปรับเพิ่มคาดการณ์กำไร ด้าน Meta-Boeing ร่วง

หุ้น United Parcel Service (UPS) บริษัทจัดส่งพัสดุรายใหญ่ ปรับตัวขึ้น 5.8% และหุ้น Royal Caribbean ผู้ให้บริการเรือสำราญ เพิ่มขึ้น 5.4% หลังทั้งสองบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรตลอดปีงบการเงิน 2569

ในทางกลับกัน หุ้น Meta ลดลง 1.6% ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง หลังบริษัทประกาศเพิ่มแผนระดมทุนผ่านการออกหุ้นเพิ่มทุนเป็น 9.75 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เพื่อนำเงินไปขยายศูนย์ข้อมูล กำลังประมวลผลบนระบบคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI

หุ้น Boeing ร่วงลง 10.7% หลังบริษัทรายงานผลขาดทุนในไตรมาส 3 มากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่หุ้น Sherwin-Williams ผู้ผลิตสีรายใหญ่ ลดลง 2.7% หลังเปิดเผยกำไรรายไตรมาสต่ำกว่าคาด ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันดัชนีดาวโจนส์

จับตาผลประกอบการบิ๊กเทค-มติเฟด

นักลงทุนติดตามผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ โดย Microsoft และ Alphabet มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันพุธ (28 ต.ค.) ส่วน Amazon.com มีกำหนดรายงานในวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.)

นอกจากนี้ ตลาดยังจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งมีกำหนดแถลงผลในวันพุธ โดยข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมครั้งนี้ ก่อนปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งสัญญาณผสม

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนในเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 1.8% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนส.ค.

ส่วนยอดขายบ้านใหม่ลดลง 0.6% สู่ระดับ 676,000 ยูนิตในเดือนก.ย. แต่ยังสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 651,000 ยูนิต เทียบกับระดับ 680,000 ยูนิตในเดือนส.ค.

ขณะที่ Conference Board เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 7.5 จุด สู่ระดับ 91.7 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 81.2 หลังจากอยู่ที่ระดับ 84.2 ในเดือนก.ย.

ภาพรวมตลาดจึงได้รับแรงหนุนจากหุ้น AI และหุ้นชิป รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม ทิศทางตลาดในระยะต่อไปยังขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และสัญญาณนโยบายการเงินจากเฟด ซึ่งจะมีผลต่อมุมมองของนักลงทุนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนใน AI

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง