รีเซต

สิงคโปร์แจก 1.8 ล้าน กระตุ้นคนมีลูกได้จริง? บทเรียนจากสิงคโปร์ถึงไทย

สิงคโปร์แจก 1.8 ล้าน  กระตุ้นคนมีลูกได้จริง? บทเรียนจากสิงคโปร์ถึงไทย
TNN ช่อง16
27 สิงหาคม 2569 ( 13:13 )
10

สิงคโปร์แจกเงินเกือบ 1.8 ล้านบาทต่อเด็กหนึ่งคนหวังช่วยให้คนรุ่นใหม่ตัดสินใจมีลูกมากขึ้น  

แต่เม็ดเงินจำนวนนี้ จะเปลี่ยนใจคนที่ไม่อยากมีลูกได้จริงหรือ?


สิงคโปร์ ต้องเผชิญปัญหาเด็กเกิดน้อยเข้าขั้นวิกฤต

เมื่ออัตราการเจริญพันธุ์รวม หรือ TFR ของสิงคโปร์

ลดจากประมาณ 1.24 เมื่อสิบปีก่อน เหลือ 0.97 ในปี 2024

และลดลงอีกเหลือเพียง 0.87 ในปี 2025 ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์



แม้สิงคโปร์จะมีระบบสวัสดิการสำหรับครอบครัวที่ค่อนข้างเข้มแข็ง แต่คนรุ่นใหม่กลับมีลูกน้อยลง

คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่ารัฐจะช่วยเท่าไร

แต่คือ รัฐต้องช่วยมากแค่ไหน จึงจะทำให้คนที่ยังไม่อยากมีลูก เปลี่ยนใจได้จริง?


ล่าสุดรัฐบาลสิงคโปร์ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี Lawrence Wong ประกาศเพิ่มการสนับสนุนสำหรับเด็กชาวสิงคโปร์ที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2027 โดยมูลค่าความช่วยเหลือรวมอาจสูงเกือบ 70,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 17 ปี

เงินจำนวนนี้ไม่ใช่เงินก้อนที่พ่อแม่ได้รับทันที 

แต่เป็นชุดสวัสดิการที่ครอบคลุมตั้งแต่เงินช่วยเหลือแรกเกิด เงินสนับสนุนรายปี เงินเพื่อการศึกษา 

สิทธิลาเพื่อเลี้ยงดูบุตร ไปจนถึงมาตรการด้านที่อยู่อาศัย เช่น การเพิ่มสิทธิในการจับสลากซื้อบ้านหลังแรกตามจำนวนบุตร


แนวคิดสำคัญของสิงคโปร์จึงไม่ใช่เพียง แจกเงินให้คนมีลูก

แต่คือการพยายาม ลดต้นทุนของการมีลูกตลอดช่วงชีวิตของเด็ก

เพราะการตัดสินใจมีลูกไม่ได้เกิดขึ้นจากค่าใช้จ่ายตอนคลอดเพียงอย่างเดียว

มันรวมถึงค่าดูแลเด็ก ค่าเรียน ที่อยู่อาศัย เวลาในการเลี้ยงลูก ต้นทุนจากการหยุดงาน รวมถึงความมั่นคงของครอบครัวในระยะยาว




แล้วมาตรการกระตุ้นการมีบุตรของไทยล่ะ 

ประเทศไทยมีมาตรการช่วยเหลือครอบครัวอยู่หลายด้าน

ทั้งการเพิ่มสิทธิการลาคลอดและการลาเพื่อดูแลบุตร การสนับสนุนการรักษาภาวะมีบุตรยาก การดูแลเด็กผ่านศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก รวมถึงสิทธิด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน

นอกจากนี้ ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมยังได้รับเงินสงเคราะห์บุตรตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี ในอัตรา 1,000 บาทต่อเดือน

ส่วนเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดของรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 600 บาทต่อเดือน ก็มีการผลักดันให้ปรับปรุงการช่วยเหลือเพิ่มเติม


แต่เมื่อมองในภาพรวม จะเห็นความแตกต่างที่สำคัญมาตรการของไทยจำนวนมากมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระของครอบครัว หรือช่วยเหลือครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ขณะที่แนวทางของสิงคโปร์พยายามออกแบบสิทธิประโยชน์ให้เชื่อมโยงกับ ต้นทุนของการสร้างครอบครัวในหลายช่วงชีวิต


ไทยแจกน้อยกว่าสิงคโปร์หรือไม่? อาจไม่สามารถเปรียบเทียบได้ชัด ด้วยจำนวนประชากร และโครงสร้างทางสังคมที่แตกต่างกัน

แต่หากตั้งคำถามว่า ประเทศไทยกำลังลดต้นทุนของการมีลูกได้ครบแค่ไหน

เพราะการมอบเงินสงเคราะห์บุตร มาตรการเรียนฟรี 15 ปี  รวมไปถึงการให้ศูนย์เลี้ยงเด็กช่วยดูแลบุตรหลาน 

ยังไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายแฝงของการมีครอบครัวได้ทั้งหมด 

ขณะที่สิทธิการรักษาภาวะมีบุตรยากอาจช่วยคนที่อยากมีลูกแต่มีไม่ได้

แต่ก็ไม่ได้ตอบคำถามของคนอีกกลุ่มที่มีลูกได้ แต่เลือกที่จะไม่มี

นี่คือจุดสำคัญของวิกฤตประชากรยุคใหม่


ไทย และสิงคโปร์ ต่างมีมาตรการช่วยเหลือครอบครัวที่มีบุตร ด้วยการมอบสวัสดิการ เพื่อหวังกระตุ้นการสร้างครอบครัว

แต่สิ่งที่สิงคโปร์พยายามทำคือการสร้าง ระบบนิเวศของการมีลูกและสิทธิประโยชน์สำหรับครอบครัว 

ส่วนมาตรการของไทยกระจายอยู่ในหลายระบบ 

ซึ่งการช่วยเหลือบางส่วนยังมุ่งไปที่การบรรเทาความยากจนมากกว่าการลดต้นทุนของการสร้างครอบครัว


อย่างไรก็ตามสวัสดิการจูงใจการมีบุตร ในรูปแบบของตัวเงิน หรือสิทธิพิเศษต่างๆ อาจเป็นเงื่อนไขที่จำเป็น 

แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเงื่อนไขเพียงพอในการแก้ปัญหาวิกฤตประชากร

เพราะเงินอาจลดต้นทุนของการมีลูก แต่แรงจูงใจในการมีลูก และสร้างครอบครัวอาจต้องสร้างจากทั้งระบบของชีวิต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง