ส่อ 'ล็อกดาวน์' ยาว ป่วยโควิดพุ่งไม่หยุด 'สธ.' เผยไม่ล็อก มีป่วยวันละ 4 หมื่นคน-ตาย 500 ราย/วัน

ส่อ 'ล็อกดาวน์' ยาว ป่วยโควิดพุ่งไม่หยุด 'สธ.' เผยไม่ล็อก มีป่วยวันละ 4 หมื่นคน-ตาย 500 ราย/วัน
มติชน
31 กรกฎาคม 2564 ( 08:21 )
107
ส่อ 'ล็อกดาวน์' ยาว ป่วยโควิดพุ่งไม่หยุด 'สธ.' เผยไม่ล็อก มีป่วยวันละ 4 หมื่นคน-ตาย 500 ราย/วัน

 

วันที่ 31 กรกฎาคม การประกาศล็อกดาวน์ 13 จังหวัดสีแดงก่อนหน้านี้ระบุว่าจะใช้เวลา 14 วันหรือในวันที่ 2 สิงหาคมนี้ แต่เมื่อผู้ป่วยโควิดรายใหม่ยังอยู่ระดับสูง ดังนั้น จึงต้องล็อกดาวน์ต่อไปอีกนาน จนกว่าผู้ป่วยโควิดรายใหม่จะลดลงในระดับที่จะคลายล็อกได้ ซึ่งไม่รู้ว่าจะอีกนานแค่ไหน

 

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า มาตรการล็อกดาวน์ ตามข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 28 โดยเฉพาะในพื้นที่สีแดงเข้ม 13 จังหวัด ที่จะครบกำหนดเวลา 14 วัน หรือวันที่ 2 สิงหาคมนี้ เบื้องต้นยังคงปฏิบัติตามข้อกำหนดต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง เนื่องจากข้อกำหนดฉบับดังกล่าวกำหนดระยะเวลาดำเนินการต่อเนื่องไว้อย่างน้อย 14 วัน โดยไม่ได้ระบุวันสิ้นสุดข้อกำหนดไว้ ดังนั้นทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาด และเมื่อขณะนี้ยังผู้ติดเชื้อมีจำนวนสูงขึ้นต่อเนื่อง ทาง ศบค.จึงไม่ต้องพิจารณาขยายเวลาล็อกดาวน์ แต่เป็นการล็อกดาวน์ต่อเนื่องไป และให้คงการปฏิบัติตามมาตรการล็อกดาวน์ที่มีอยู่ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

 

 

ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงถึงการคาดการณ์สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า จากการคาดการณ์ด้วยแบบจำลอง (Metermatic Model: SEIR) โดยคาดการณ์ 3-4 เดือนข้างหน้า จะมีด้วยกัน 5 สถานการณ์ ได้แก่ 1.หากไม่มีมาตรการล็อกดาวน์ ไม่มีมาตรการเข้มข้นเลย อาจพบผู้ติดเชื้อใหม่รายวันสูงสุดเกิน 4 หมื่นราย โดยจุดสูงสุดอยู่ประมาณวันที่ 14 กันยายน 2564 แต่ด้วยไทยมีมาตรการล็อกดาวน์ ก็จะมีแบบจำลองใน 4 สถานการณ์ที่เหลือ คือ 2.หากมาตรการล็อกดาวน์ได้รับความร่วมมือจากประชาชนและผู้เกี่ยวข้อง เช่น อยู่บ้านให้มากที่สุด ทำงานจากที่บ้าน หยุดกิจกรรมที่มีการรวมตัวของกลุ่มคน สถานการณ์ล็อกดาวน์ มีประสิทธิภาพลดผู้ติดเชื้อลงได้ ร้อยละ 20 นาน 1 เดือน ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่จะลดลงจาก 4 หมื่นกว่าราย ในสถานการณ์แรก เหลือ 30,000 กว่าราย โดยจุดสูงสุดอยู่ที่ต้นเดือนตุลาคม 2564

 

 

นพ.โอภาสกล่าวว่า 3.หากมาตรการล็อกดาวน์ มีประสิทธิภาพลดผู้ติดเชื้อลงได้ ร้อยละ 25 นาน 1 เดือน คาดการณ์ว่าจะมีความใกล้เคียงกับสถานการณ์ที่ 2 ถัดมา 4.หากมาตรการล็อกดาวน์ มีประสิทธิภาพลดผู้ติดเชื้อลงได้ ร้อยละ 20 นาน 2 เดือน คาดการณ์ว่าจะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลงเหลือ 4 หมื่นราย 3 หมื่นราย และ 2 หมื่นกว่ารายตามลำดับ และ 5.หากการล็อกดาวน์มีประสิทธิภาพ ลดผู้ติดเชื้อลงได้ร้อยละ 25 ให้นานขึ้นจาก 1 เป็น 2 เดือน ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ก็จะต่ำลง

 

 

นพ.โอภาสกล่าวว่า ส่วนการคาดการณ์ผู้เสียชีวิตต่อวัน หากไม่มีมาตรการล็อกดาวน์ จะพบผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 รายต่อวัน จุดสูงสุดในวันที่ 28 กันยายน 2564 ส่วนที่เริ่มล็อกดาวน์ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม 2564 ตัวเลขผู้เสียชีวิตจะไม่เกิน 400 รายต่อวัน อย่างไรก็ตาม หากมีมาตรการล็อกดาวน์นานขึ้นจำนวนเสียชีวิตจะลดลง

 

 

“หากเราไม่มีมาตรการอะไรเลย จะมีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตรายใหม่ต่อวัน 500 คน แต่วันนี้ด้วยความพยายามของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขที่มีทั้งมาตรการล็อกดาวน์ การค้นหาผู้ป่วย และเร่งฉีดวัคซีนในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ และหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งเสี่ยงติดเชื้ออาการรุนแรงและเสียชีวิต เมื่อใช้ 3 มาตรการร่วมกัน จะทำให้มีผู้ติดเชื้อเสียชีวิตประมาณหลัก 100 กว่ารายต่อวัน นี่คือสิ่งที่เรากำลังพยายามกันอยู่” นพ.โอภาสกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง