รีเซต

"DCC" โบรกฯ คาดกำไร Q1/65 โต 39% พร้อมปันผลสูงราว 2%

"DCC" โบรกฯ คาดกำไร Q1/65  โต 39% พร้อมปันผลสูงราว 2%
ทันหุ้น
11 เมษายน 2565 ( 14:19 )
135
"DCC" โบรกฯ คาดกำไร Q1/65  โต 39% พร้อมปันผลสูงราว 2%

#DCC #ทันหุ้น - บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ส่องหุ้น บริษัท ไดนาสตี้เซรามิค จำกัด (มหาชน) หรือ DCC บริษัทตั้งเป้าปี 2565 ยอดขาย +5% Y-Y และ GPM สูส 45% ท่ามกลางภาคก่อสร้างฟื้นตัว รวมถึงกลยุทธ์พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และปรับปรุงช่อสทางการขายตอบโจทย์ความต้องการที่สินค้าหลากหลาย อีกทั้งเน้นบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับ Q1/65 ประเมินกำไรขยายตัว 39% Q-Q และ 9% Y-Y สูงสุดรายไตรมาสที่ 540 ล้านบาท รับผลบวกจากการปรับเพิ่มราคาขาย และ Product Mix สินค้ามาร์จิ้นสูส ชดเชยราคาก๊าซและวัตถุดิบที่สูงขึ้น คงประมาณการกำไรปีนี้ +5% Y-Y ทำระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง คงคำแนะนำซื้อ ราคาเหมาะสม 3.60 บาท จากงบ Q1/65 โดดเด่น พร้อมปันผลสูง โดยคาดงวด Q1/65 จ่าย Yield 2% และทั้งปี 6.6% โดยภาพรวมจะถูกขับเคลื่อนด้วยกลยุทธ์ที่ดีซึ่งนำไปสู่การเติบโตแม้เผชิญปัจจัยลบ

 

ภาพปี 65 ยอดขายฟื้นตัว พร้อมปรับกลยุทธ์รักษามาร์จิ้น

บริษัทตั้งเป้ายอดขายปี 2565 เติบโต 5% Y-Y ตามกิจกรรมก่อสร้างที่ฟื้นตัว บวกกับกลยุทธ์มุ่งปรับช่องทางการขายสาขาเดิมสู่ Functional Outlet ด้วยการนำสินค้าของพันธมิตรมาจำหน่ายในสาขาที่มีอยู่ของบริษัท ทั้งการตกแต่ง ซ่อมแซม และวัสดุก่อสร้าง เพื่อนำเสนอสินค้าที่หลากหลายขึ้น ช่วยสร้าง Traffic ของลูกค้ามากขึ้น และเพิ่มรายได้ค่าเช่า โดยตั้งเป้าพัฒนาภายใต้ 20 สาขาภายในปีนี้ ขณะที่แม้ต้นทุนการผลิตจะเป็นขาขึ้นตามต้นทุนพลังงานทั้งราคาก๊าซ (สัดส่วน 30% ของต้นทุนรวม), ดินหินแร่ (สัดส่วน 20% ของต้นทุนรวม) และค่าขนส่ง แต่บริษัทมีนโยบายปรับราคาขายขึ้นสะท้อนต้นทุนต่อเนื่อง พร้อมเน้นขายสินค้าที่มาร์จิ้นสูง รวมถึงกลยุทธ์บริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การจัดการระบบและอัตราขนส่งใหม่ช่วยลดค่าน้ำมัน, ปรับปรุงการจัดการคลังสินค้าเพื่อลดความเสียหาย รวมถึงพัฒนาระบบการเติมสต็อกแต่ละสาขาจากส่วนกลาง คาดช่วยหนุนให้สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ระดับสูง 45% (จากปี 2564 ที่ 43.3%)

 

คาดกำไร Q1/65 สดใส +39% Q-Q, +9% Y-Y

ประเมินผลประกอบการ Q1/65 ทำระดับสูงสุดรายไตรมาสที่ 540 ล้านบาท ขยายตัว 39% Q-Q และ 9% Y-Y แม้ปริมาณการขายคาดชะลอลง 14% Y-Y เนื่องจากตลาดก่อสร้างใหม่ยังไม่คึกคักหลังเกิดการระบาด COVID-19 รอบใหม่ แต่ได้ปัจจัยบวกจากราคาขายเฉลี่ยที่ขยับขึ้นเป็น 150 บาทต่อตร.ม. (+8% Q-Q, +18% Y-Y) จากการปรับเพิ่มราคาขาย บวกกับผลของ Product Mix จากสินค้ามาร์จิ้นสูงอย่างกระเบื้องขนาดใหญ่ 60x120 และ 80x80 รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างกระเบื้องพอร์ซเลนขนาด 60x60 ซึ่งเริ่มเปิดตัวปลายปี 2564 เพื่อทดแทนตลาดนำเข้าด้วยจุดขายทั้งต้นทุนที่ต่ำกว่าและขนส่งรวดเร็ว ปัจจัยข้างต้นล้วนสนับสนุนให้ Q1/65 คาดยอดขายเติบโตเป็น 2.45 พันล้านบาท (+24% Q-Q, +2% Y-Y) และอัตรากำไรขั้นต้นทำได้ 45% จาก 43% ใน Q4/64 และ Q1/64

 

คงคาดกำไรปี 65 ทำ New High ยังแนะซื้อ เป้า 3.60 บ.

คงประมาณการกำไรปี 2565 ที่ 1.8 พันล้านบาท (+5% Y-Y) ทำระดับสูงสุดใหม่ บนคาดการณ์ยอดขาย +4% Y-Y และอัตรากำไรขั้นต้น 43.5% ซึ่งถือว่า Conservative กว่าเป้าหมายของบริษัท สำหรับ 02/65 เป็น Low Season ของธุรกิจวัสดุก่อสร้าง รวมถึงต้นทุนก๊าซมีแนวโน้มสูงขึ้นจาก Q1/65 ที่ทรงตัว โดยผู้บริหารมองระดับ 330 บาท/MMTBU เนื่องจากราคาก๊าซเคลื่อนไหวช้ากว่าราคาน้ำมันดิบ 2-3 เดือน ส่งผลให้คาดกำไร Q2/65 อ่อนลงจาก Q1/65 แต่ยังอยู่ระดับที่ดี จากทั้งราคาขายเฉลี่ยที่ปรับขึ้น และผลของการควบคุมค่าใช้จ่าย คงราคาเหมาะสมที่ 3.60 บาท (อิง PER 18x) คงคำแนะนำซื้อ จาก Catalyst ระยะสั้น แนวโน้มงบ Q1/65 โดดเด่น พร้อมคาดงวด Q1/65 จ่ายปันผล 0.059 บาท/หุ้น คิดเป็น Yield 2% และคาดผลตอบแทนปันผลทั้งปีสูง 6.6% บนสมมติฐาน Payout 100% (จ่ายไตรมาสละครั้ง) ขณะที่กลยุทธ์ที่ดีทั้งด้านยอดขายผ่านการมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และช่องทางการขายใหม่ พร้อมเน้นบริหารจัดการต้นทุน หนุนให้ภาพรวมสามารถเติบโตได้ดีแม้เผชิญปัจจัยลบ

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง