รีเซต

น้ำกำลังหมด! “แอฟริกา” กำลังแห้งแล้งหนัก

น้ำกำลังหมด!  “แอฟริกา” กำลังแห้งแล้งหนัก
TNN ช่อง16
19 มกราคม 2569 ( 11:30 )
3

ปัญหาการขาดแคลนน้ำใน “ทวีปแอฟริกา” กำลังทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้ภัยแล้งเกิดบ่อยและยาวนานขึ้น น้ำซึ่งเป็นทรัพยากรพื้นฐานที่สุดต่อการดำรงชีวิต กำลังกลายเป็นความท้าทายเชิงโครงสร้างของหลายประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่ขีดความสามารถด้านโครงสร้างพื้นฐานและเงินทุนยังมีจำกัด อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ของประเทศในแอฟริกาเหนือ เช่น โมร็อกโก กำลังถูกจับตามองในฐานะ “ต้นแบบ” ที่อาจนำไปปรับใช้ในพื้นที่อื่นของทวีปได้

ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา แอฟริกาต้องเผชิญกับปัญหาการเข้าถึงน้ำสะอาดอยู่แล้ว แต่แนวโน้มในอนาคตยิ่งน่าเป็นห่วง เมื่อภัยแล้งมีแนวโน้มถี่และรุนแรงขึ้น ตัวอย่างจากนอกทวีปอย่างอิหร่าน ซึ่งอาจต้องอพยพประชากรออกจากกรุงเตหะรานเพราะขาดแคลนน้ำ หรือกรณี “Day Zero” ของเมืองเคปทาวน์ในปี 2018 ล้วนเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน แอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาใต้ก็เพิ่งเผชิญช่วงแล้งยาวนาน ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการผลิตอาหาร

ประเด็นเหล่านี้ถูกหยิบยกขึ้นอย่างจริงจังในการประชุม World Water Congress ที่เมืองมาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก โดยผู้แทนจากหลายประเทศเห็นตรงกันว่า แอฟริกาและประเทศในโลกกำลังพัฒนาจำเป็นต้องเร่งเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ เพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เรตโน มาร์ซูดี ทูตพิเศษด้านน้ำของสหประชาชาติ เตือนว่า โลกยังห่างไกลจากการบรรลุเป้าหมายการเข้าถึงน้ำสะอาดและสุขาภิบาลอย่างถ้วนหน้า พร้อมชี้ข้อมูลว่าภายในปี 2030 จะมีประชากรถึง 4.8 พันล้านคนที่เสี่ยงต่อสุขภาพและความเป็นอยู่จากคุณภาพน้ำที่ย่ำแย่

โมร็อกโกถือเป็นตัวอย่างสำคัญของการจัดการน้ำอย่างสร้างสรรค์ ตั้งแต่อดีตที่มีระบบอุโมงค์ใต้ดิน “เคตตารา” (khettaras) สำหรับลำเลียงน้ำจากภูเขา สู่ปัจจุบันที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การบำบัดน้ำเสียเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ โรงบำบัดน้ำเสียมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ในเมืองมาร์ราเกช สามารถนำน้ำที่ผ่านการบำบัดไปใช้รดสนามกอล์ฟ พื้นที่สีเขียว รวมถึงภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่ได้ในวงกว้าง

ในทางตรงกันข้าม หลายประเทศในแอฟริกาตอนใต้ทะเลทรายซาฮารายังขาดงบประมาณและพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากผู้บริจาคเป็นหลัก ซึ่งกำลังลดลง ทำให้เกิดคำถามเรื่องรูปแบบการเงินใหม่ ๆ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า แอฟริกาจำเป็นต้องพัฒนากลไกการลงทุนที่ขับเคลื่อนโดยทุนภายในประเทศ และเปลี่ยนจากการพึ่งพาผู้บริจาคไปสู่แนวทางที่นำโดยประเทศในภูมิภาคเอง

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังวิจารณ์ว่าหลายรัฐบาลในแอฟริกายังไม่ให้ความสำคัญกับน้ำอย่างเพียงพอ ข้อมูลพื้นฐาน เช่น แบบแผนฝนหรือทรัพยากรน้ำ ยังขาดความครบถ้วน ทำให้การตัดสินใจเชิงนโยบายเป็นไปอย่างจำกัด ขณะเดียวกัน กระทรวงการคลังมักลังเลที่จะจัดสรรงบลงทุน แม้โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำจะให้ผลตอบแทนระยะยาวต่อเศรษฐกิจ สุขภาพ และคุณภาพชีวิต

ในด้านเทคโนโลยี โมร็อกโกเดินหน้าอย่างจริงจังกับการแยกเกลือออกจากน้ำทะเล โดยเพิ่มกำลังการผลิตจาก 35 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2021 เป็น 350 ล้านลูกบาศก์เมตรในปัจจุบัน และตั้งเป้า 1,700 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2030 ซึ่งจะครอบคลุมถึง 60% ของน้ำดื่มทั้งประเทศ การใช้พลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์และลม ช่วยลดต้นทุนและลดการปล่อยคาร์บอน ทำให้การแยกเกลือเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนมากขึ้น

นอกเหนือจากนั้น โมร็อกโกยังลงทุนใน “ทางหลวงน้ำ” เพื่อถ่ายโอนน้ำจากพื้นที่ที่มีน้ำเหลือไปยังพื้นที่ขาดแคลน รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศอื่นในแอฟริกา โดยบริษัทโมร็อกโกเริ่มส่งออกความเชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานน้ำไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า โครงการขนาดใหญ่ เช่น เขื่อน แม้ช่วยกักเก็บน้ำได้ แต่ก็มีข้อจำกัดจากการสูญเสียน้ำผ่านการระเหย จึงไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

ท่ามกลางอนาคตที่แห้งแล้งขึ้นของทวีปแอฟริกา การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพกลายเป็นภารกิจเร่งด่วน ทั้งในด้านการเพิ่มแหล่งน้ำใหม่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการบริหารจัดการความต้องการใช้น้ำควบคู่กัน ประสบการณ์ของแอฟริกาเหนือ โดยเฉพาะโมร็อกโก แสดงให้เห็นว่า นวัตกรรม นโยบายที่ชัดเจน และรูปแบบการเงินที่เหมาะสม สามารถช่วยสร้างความมั่นคงด้านน้ำได้ ในท้ายที่สุด การผสมผสานระหว่างการเพิ่มอุปทานน้ำและการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า จะเป็นกุญแจสำคัญต่อความอยู่รอดและการพัฒนาที่ยั่งยืนของแอฟริกาในยุคการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง