รีเซต

วิกฤต "ร้านทำผมญี่ปุ่น" ล้มละลายพุ่งเป็นประวัติการณ์

วิกฤต "ร้านทำผมญี่ปุ่น" ล้มละลายพุ่งเป็นประวัติการณ์
TNN ช่อง16
7 พฤษภาคม 2569 ( 15:24 )

ธุรกิจร้านทำผมและร้านเสริมสวยญี่ปุ่น กำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ หลังจำนวนกิจการที่ยื่นล้มละลายในปีล่าสุดพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่กำลังกระทบผู้ประกอบการรายเล็กอย่างหนัก

รายงานระบุว่า ปีที่ผ่านมา มีร้านทำผมในญี่ปุ่นล้มละลายถึง 235 แห่ง เพิ่มขึ้นจากสถิติเดิมในปี 2024 ที่มี 215 แห่ง ถือเป็นตัวเลขสูงสุดตั้งแต่มีการเก็บข้อมูล

ขณะเดียวกัน อายุเฉลี่ยของร้านทำผมในญี่ปุ่นก็ลดลงต่อเนื่อง โดยในปี 2025 ร้านทำผมมีอายุเฉลี่ยเพียง 13 ปี ลดลงจาก 14.1 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเกือบครึ่งของร้านทำผมทั่วประเทศ หรือประมาณร้อยละ 49 เปิดกิจการมาไม่ถึง 10 ปี

นักวิเคราะห์มองว่า วิกฤตรอบนี้รุนแรงกว่าช่วงการระบาดของโควิด-19 เพราะในช่วงนั้น ธุรกิจยังได้รับเงินช่วยเหลือ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ และมาตรการพยุงเศรษฐกิจจากรัฐบาล ทำให้จำนวนร้านที่ล้มละลายในปี 2021 ลดลงเหลือเพียง 68 แห่ง

แต่ในปัจจุบัน สถานการณ์กลับใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตการเงินโลกปี 2008 มากขึ้น เมื่อผู้บริโภคเริ่มรัดเข็มขัดและมองหาทางเลือกที่ราคาถูกกว่าในการใช้ชีวิตประจำวัน

ร้านตัดผมราคาประหยัดและเชนขนาดใหญ่ กลายเป็นคู่แข่งสำคัญที่กดดันร้านขนาดเล็ก โดยเฉพาะแบรนด์ตัดผมด่วนที่คิดค่าบริการในราคาต่ำ ทำให้ร้านแบบดั้งเดิมไม่สามารถรักษาระดับราคาที่สูงกว่าไว้ได้

ยิ่งไปกว่านั้น ต้นทุนการดำเนินธุรกิจยังเพิ่มขึ้นแทบทุกด้าน ทั้งค่าไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ค่าวัสดุ และต้นทุนพลังงาน ท่ามกลางความกังวลเรื่องวิกฤตราคาน้ำมันในตลาดโลก ส่งผลให้ร้านจำนวนมากไม่สามารถลดราคาเพื่อแข่งขันได้

อีกปัจจัยสำคัญคือปัญหาขาดแคลนแรงงาน ร้านขนาดเล็กจำนวนมากไม่สามารถดึงดูดช่างทำผมได้ เพราะแรงงานส่วนใหญ่เลือกทำงานกับเชนขนาดใหญ่ที่มีรายได้มั่นคงและสวัสดิการดีกว่า

ขณะที่ร้านเล็กมักพึ่งพาการรับนักศึกษาจบใหม่จากโรงเรียนเสริมสวย แต่ช่างรุ่นใหม่จำนวนมากกลับมีเป้าหมายเปิดร้านของตัวเอง จึงลาออกหลังทำงานได้ไม่นาน

แม้จำนวนร้านที่ปิดกิจการจะเพิ่มขึ้นอย่างหนัก แต่ตลาดร้านทำผมในญี่ปุ่นยังถือว่าล้นตลาดอย่างมาก เพราะปัจจุบันทั่วประเทศมีร้านทำผมมากถึงประมาณ 250,000 แห่ง มากกว่าจำนวนสัญญาณไฟจราจรทั้งประเทศที่มีราว 210,000 จุด และมากกว่าร้านสะดวกซื้อที่มีประมาณ 55,000 สาขาชัดเจน

หลายฝ่ายจึงมองว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้สะท้อนแค่ปัญหาเศรษฐกิจหรือเงินเฟ้อเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่าธุรกิจร้านทำผมในญี่ปุ่นอาจเข้าสู่ภาวะแข่งขันเกินจุดสมดุล หลังขยายตัวมากเกินไปต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนเริ่มเห็นรอยร้าวชัดเจนในที่สุด 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง