รีเซต

“โอโซน” พิษคร่าชีวิตเงียบ ไทยติดกลุ่มเสี่ยง มะเร็งพุ่งไม่รู้ตัว

“โอโซน” พิษคร่าชีวิตเงียบ  ไทยติดกลุ่มเสี่ยง  มะเร็งพุ่งไม่รู้ตัว
TNN ช่อง16
9 เมษายน 2569 ( 10:00 )

แม้โอโซนในชั้นบรรยากาศระดับสูงจะทำหน้าที่ปกป้องโลก แต่โอโซนในระดับที่มนุษย์หายใจกลับกลายเป็นมลพิษอันตราย ล่าสุดงานวิจัยชี้ว่า การสัมผัสโอโซนระยะสั้นมีความเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากกว่า 6% ในหลายประเทศ สะท้อนภัยเงียบที่กระทบสุขภาพเกินกว่าระบบทางเดินหายใจ


 งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Journal of Hazardous Materials วิเคราะห์ข้อมูลผู้เสียชีวิตจากมะเร็งกว่า 9.2 ล้านราย ใน 8 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล แคนาดา ชิลี เกาหลีใต้ เม็กซิโก นิวซีแลนด์ และไทย พบว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโอโซนเพิ่มขึ้นถึง 80% จาก 261,270 รายในปี 2000 เป็น 469,860 รายในปี 2023

 

แหล่งกำเนิดหลักของโอโซนใกล้พื้นดินมาจากการปล่อยมลพิษของการจราจรและไฟป่า โดยมีระดับความเข้มข้นเฉลี่ยจากการจราจร 11 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ไฟป่า 4.8 และกิจกรรมอุตสาหกรรม 2.66 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งในบางพื้นที่ เช่น ออสเตรเลียและบราซิล ไฟป่าถือเป็นแหล่งสำคัญที่สุด


ผลการศึกษายังระบุว่า ทุกการเพิ่มขึ้นของโอโซน 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็ง 0.84% ใน 24 ประเภทมะเร็ง โดยผลกระทบแตกต่างกัน เช่น มะเร็งตับเพิ่มขึ้น 0.42% และมะเร็งต่อมไทรอยด์เพิ่มขึ้นสูงถึง 1.43% โดยรวมแล้ว การสัมผัสโอโซนระยะสั้นมีส่วนทำให้เกิดการเสียชีวิตจากมะเร็งถึง 6.37% ของทั้งหมด โดยบราซิลมีสัดส่วนสูงสุด 10.8% รองลงมาคือชิลี 6.3% และไทย 6%

 

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า โอโซนในระดับพื้นดินเป็นมลพิษทุติยภูมิที่เกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างไนโตรเจนออกไซด์และสารอินทรีย์ระเหยภายใต้แสงแดด ซึ่งสามารถสร้างความเสียหายต่อร่างกายในระดับเซลล์ การสัมผัสซ้ำหรือเรื้อรังจะลดความสามารถของระบบต้านอนุมูลอิสระ ก่อให้เกิดความเครียดออกซิเดชัน ทำลาย DNA ทำให้เทโลเมียร์สั้นลง และเพิ่มโอกาสการกลายพันธุ์ของยีน ซึ่งเร่งการเกิดและการลุกลามของมะเร็ง

 

นอกจากนี้ งานวิจัยจาก Fudan University ยังพบว่า โอโซนส่งผลผ่านกลไกที่เรียกว่า “แกนปอด-ตับ” โดยรบกวนจุลชีพในปอด กระตุ้นการอักเสบทั่วร่างกาย ส่งผลต่อการทำงานของตับ และกระตุ้นกระบวนการตายของเซลล์

 

สถานการณ์มลพิษทางอากาศยังมีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในหลายประเทศ เช่น ตุรกี ที่ระดับฝุ่น PM2.5 เพิ่มจาก 15.3 เป็น 19.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรภายในหนึ่งปี ขณะที่ระดับโอโซนในเมืองใหญ่อย่างอิสตันบูลเพิ่มขึ้น 10% ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า การลดการสัมผัสโอโซนเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งและกลุ่มเสี่ยง ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่มลพิษสูง ติดตามคุณภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในอาคาร


 โอโซนใกล้พื้นดินกำลังกลายเป็นภัยเงียบที่เชื่อมโยงกับการเสียชีวิตจากมะเร็งในระดับโลก ไม่เพียงทำลายระบบทางเดินหายใจ แต่ยังกระทบทั้งร่างกายในระดับเซลล์ ท่ามกลางแนวโน้มมลพิษที่เพิ่มขึ้น การป้องกันและลดการสัมผัสจึงเป็นกุญแจสำคัญต่อสุขภาพในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง