รีเซต

Google ระดมพลัง AI ถอดรหัสพันธุกรรมสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ หวังสร้างพิมพ์เขียวกู้ชีพ 150 สายพันธุ์ทั่วโลก

Google ระดมพลัง AI ถอดรหัสพันธุกรรมสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ หวังสร้างพิมพ์เขียวกู้ชีพ 150 สายพันธุ์ทั่วโลก
TNN ช่อง16
7 กุมภาพันธ์ 2569 ( 14:53 )
4

ท่ามกลางวิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าอาจมีสิ่งมีชีวิตกว่าหนึ่งล้านสายพันธุ์เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ Google ได้ประกาศความสำเร็จในการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยเร่งกระบวนการถอดรหัสพันธุกรรม (Genome Sequencing) ของสัตว์ป่าหายาก 13 สายพันธุ์ พร้อมเดินหน้าขยายผลสู่อีก 150 สายพันธุ์ เพื่อเก็บรักษาข้อมูลทางชีวภาพที่สำคัญไว้ก่อนที่จะสายเกินไป 

พลิกโฉมการอนุรักษ์ด้วยเทคโนโลยี

ในอดีต การถอดรหัสพันธุกรรมของมนุษย์คนแรกต้องใช้เวลานานถึง 13 ปี และใช้งบประมาณมหาศาลกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยี AI ของ Google ซึ่งประกอบด้วยเครื่องมือสำคัญอย่าง DeepPolisher, DeepVariant และ DeepConsensus ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถทำงานเดียวกันให้สำเร็จได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ด้วยงบประมาณเพียงไม่กี่พันดอลลาร์ และมีความแม่นยำสูง

ลิซซี่ ดอร์ฟแมน (Lizzie Dorfman) และแอนดรูว์ แคร์โรลล์ (Andrew Carroll) ผู้บริหารฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Google ระบุว่า "หากเราไม่เก็บข้อมูลทางพันธุกรรมที่แม่นยำไว้ตอนนี้ เราเสี่ยงที่จะสูญเสียสายพันธุ์เหล่านี้ไปตลอดกาล" ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เปรียบเสมือนคู่มือการใช้งานของสิ่งมีชีวิต ที่ช่วยให้นักอนุรักษ์วางแผนการขยายพันธุ์และป้องกันโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดรายชื่อ 13 สายพันธุ์แรก

ความหวังใหม่ของสัตว์ป่าทั่วโลก โครงการนำร่องนี้ได้ทำการถอดรหัสพันธุกรรมของสัตว์ 13 ชนิด ซึ่งครอบคลุมสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ปีก สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก และสัตว์เลื้อยคลาน โดยมีหลายสายพันธุ์ที่พบได้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย

1. เนื้อทราย (Hog deer) สัตว์กีบที่เคยพบได้ทั่วไปในอินเดีย พม่า และไทย แต่ปัจจุบันเผชิญวิกฤตประชากรลดลงและสูญเสียความหลากหลายทางพันธุกรรม

2. ละมั่ง (Eld's deer) สัตว์พื้นถิ่นของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประชากรที่เหลืออยู่มักมีการผสมพันธุ์กันในเครือญาติ (Inbreeding) การมีข้อมูลพันธุกรรมจะช่วยในการจัดการแผนการผสมพันธุ์เพื่อปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

3. เต่าเหลือง หรือ เต่าเทียน (Elongated tortoise): สัตว์เลื้อยคลานที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ขั้นวิกฤตในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

4. สัตว์หายากอื่น ๆ เช่น ลิงทามารินหัวปุย (Cotton-top tamarin) จากโคลอมเบีย, เพนกวินแอฟริกัน (African penguin), ม้าลายเกรวี (Grevy’s zebra) และ กบ Golden Mantella จากมาดากัสการ์

สิ่งที่ทำมากกว่าแค่การเก็บข้อมูล คือ การกู้ชีพ 

ข้อมูลพันธุกรรมที่ได้ไม่ใช่แค่การจดบันทึก แต่เป็นกุญแจสำคัญในการกอบกู้สายพันธุ์ ตัวอย่างความสำเร็จที่เห็นได้ชัดคือกรณีของนกแก้วคาคาโป (Kākāpō) ในนิวซีแลนด์ ซึ่งนักวิจัยใช้อัลกอริทึมวิเคราะห์จีโนมของนกทุกตัวเพื่อวางแผนการผสมพันธุ์ จนสามารถดึงนกสายพันธุ์นี้กลับมาจากขอบเหวแห่งการสูญพันธุ์ได้สำเร็จ

แผนการในอนาคตขยายผลสู่ 150 สายพันธุ์

โดยล่าสุด Google.org ได้มอบทุนสนับสนุนผ่านกองทุน AI for Science ให้แก่ มหาวิทยาลัยร็อกกี้เฟลเลอร์ (The Rockefeller University) เพื่อทำงานร่วมกับโครงการ Vertebrate Genomes Project และ Earth BioGenome Project ในการขยายขอบเขตการถอดรหัสพันธุกรรมไปยังสัตว์อีก 150 สายพันธุ์ โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเปิดเผยเป็นสาธารณะ (Open Access) เพื่อให้นักวิจัยทั่วโลกนำไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาและอนุรักษ์ต่อไป 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง