รีเซต

ภาวะ “โรคโตเกินไม่สมส่วน” คืออะไร? เรื่องราวสุดอึ้ง หมอนิรนามส่งโน๊ตเตือนสุขภาพให้นักดนตรี จนนำไปสู่การรักษาจริง

ภาวะ “โรคโตเกินไม่สมส่วน” คืออะไร? เรื่องราวสุดอึ้ง หมอนิรนามส่งโน๊ตเตือนสุขภาพให้นักดนตรี จนนำไปสู่การรักษาจริง
TNN ช่อง16
21 ตุลาคม 2569 ( 09:46 )

โซเซียลแชร์เรื่องราว นักดนตรีหนุ่มรายหนึ่ง โพสต์ว่าตัวเองได้รับคำแนะนำจากคุณหมอนิรนาม ที่แนะนำผ่านโน๊ตให้ตรวจสุขภาพเพิ่มเติม เพราะสงสัยว่าอาจมีภาวะ Acromegaly หรือ โรคโตเกินไม่สมส่วน แม้เจ้าตัวจะไม่มีอาการผิดปกติให้สังเกตเห็น ก่อนจะเข้ารับการผ่าตัดรักษาและกลับมาพักฟื้นที่บ้านได้อย่างปลอดภัย


เจ้าตัวจึงโพสต์ตามหาคุณหมอที่เขียนโน้ตเตือนให้ไปตรวจสุขภาพเพิ่มเติมในงาน Cat เมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อขอบคุณด้วยตัวเอง เพราะหากไม่ได้รับคำแนะนำในวันนั้น ก็อาจไม่รู้จักโรคนี้และไม่ได้เข้ารับการรักษา จนอาจเกิดอันตรายได้

หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป หลายคนเข้ามาชื่นชมคุณหมอ พร้อมช่วยกันแชร์โพสต์เพื่อให้ทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้ง ก่อนที่นักดนตรีหนุ่มจะอัปเดตในเวลาต่อมาว่า ได้พบและขอบคุณคุณหมอเป็นการส่วนตัวแล้ว


โรคโตเกินไม่สมส่วน คืออะไร

สำหรับ Acromegaly หรือ "โรคโตเกินไม่สมส่วน" คือโรคเรื้อรังที่เกิดจากต่อมใต้สมองสร้างฮอร์โมนการเจริญเติบโต ออกมามากเกินไปในวัยผู้ใหญ่ ส่งผลให้กระดูกและเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น มือ เท้า ใบหน้า ขากรรไกร และอวัยวะภายในขยายใหญ่ขึ้นอย่างช้าๆ

สาเหตุของโรค

  • เนื้องอกต่อมใต้สมอง

ผู้ป่วยส่วนใหญ่เกิดจากเนื้องอกชนิดไม่ใช่มะเร็ง (Pituitary Adenoma) ที่ต่อมใต้สมอง ซึ่งผลิตโกรทฮอร์โมนมากเกินความจำเป็น

  • ความแตกต่างกับโรคยักษ์ 

หากเกิดภาวะนี้ในเด็กหรือวัยรุ่นที่กระดูกยังไม่ปิด จะทำให้ตัวสูงใหญ่ผิดปกติ เรียกว่าโรคยักษ์ แต่หากเกิดในผู้ใหญ่ที่หยุดสูงแล้ว จะเรียกว่าอะโครเมกาลี

อาการสำคัญ

  • ลักษณะภายนอกเปลี่ยนแปลง

มือและเท้าใหญ่ขึ้น สวมแหวนหรือรองเท้าไซส์เดิมไม่ได้ ใบหน้าหนาขึ้น คางยื่น จมูกใหญ่ ฟันห่าง และเสียงแหบหรือทุ้มขึ้น

  • อาการทางร่างกายทั่วไป

ปวดศีรษะ สายตาพร่ามัว มีเหงื่อออกมาก อ่อนเพลีย ปวดตามข้อต่อ

  • โรคแทรกซ้อน 

เสี่ยงต่อการเกิดความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ลิ้นหัวใจโต และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การรักษา

เป้าหมายในการรักษาโรคนี้หลักๆ คือการฟื้นฟูฮอร์โมนการเจริญเติบโตและ IGF-I ในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ หากการรักษาสำเร็จ เนื้อเยื่ออ่อนจะเติบโตมากเกินไปในช่วงหลายเดือน และความเสี่ยงที่อายุขัยที่ลดลงจะกลับสู่ตำแหน่งเดิมก่อนการวินิจฉัยโรค

การผ่าตัดเอาเนื้องอกออกมักจะเป็นทางเลือกแรก แต่จำเป็นต้องใช้ยาหากการผ่าตัดไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ การรักษาที่เป็นไปได้รวมถึงอะนาลอกสังเคราะห์ของฮอร์โมนโซมาโทสแตติน ตัวเร่งปฏิกิริยาโดปามีน และสารต้านฮอร์โมนการเจริญเติบโต ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องฉายรังสีรักษา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง