รีเซต

SSP พอร์ตเด้งรับรู้รายได้เพิ่ม ควัก 6 พันล้านลงทุนใน-ตปท.

SSP พอร์ตเด้งรับรู้รายได้เพิ่ม ควัก 6 พันล้านลงทุนใน-ตปท.
ทันหุ้น
27 มกราคม 2569 ( 02:45 )
6

นายวรุตม์  ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนลงทุนราว 5-6 พันล้านบาทในปีนี้ รองรับการขยายฐานธุรกิจไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศให้มากขึ้น แบ่งเป็น การพัฒนาการลงทุนต่อเนื่องในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม “บาโก” (BAGO Wind Farm) ประเทศฟิลิปปินส์ ขนาดกำลังการผลิต 150 เมกะวัตต์ อยู่ที่ราว 2 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการลงทุนโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) ในประเทศ อาทิ จังหวัดหนองคาย, สกลนคร คิดเป็นกำลังไฟฟ้าราว 90 เมกะวัตต์ 

                 นอกจากนีัยังจะนำไปใช้โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการของ อบต.เมืองคง จังหวัดนครราชสีมา กําลังการผลิตติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์, โครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชนของ เทศบาลตําบลบ้านส้อง จังหวัดสุราษฎร์ธานี กําลังการผลิตติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทได้เข้าลงทุนในสัดส่วน 51% ของมูลค่าการลงทุนรวม ซึ่งน่าจะสามารถเปิดผลิตและขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ช่วงปลายปี 2569 รวมน่าจะกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้กำลังผลิตและขายไฟฟ้ารวมของ SSP ในปี 2569 ขยับสูงขึ้นด้วย

                 ขณะที่ตัวเลขข้อมูลกำลังผลิตไฟฟ้า ณ สิ้นปี 2568 รวมประมาณ 367 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม (วินด์ฟาร์ม) อยู่ที่ 112.9 เมกะวัตต์, โครงการทั้งโซลาร์ฟาร์มและระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคา (รูฟท็อป) ราว 264.4 เมกะวัตต์ และที่เหลือมาจากส่วนอื่นๆ 

@ ปีนี้รายได้โตต่อ

             นายวรุตม์ กล่าวว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2569 ทาง SSP คาดรายได้จะขยายตัวมากขึ้น จากปี 2568 ผลมาจากในช่วงการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Repowering) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ SPN ในประเทศไทย ประกอบกับได้มีการโครงการโซลาร์ฟาร์มภายใต้ชื่อ LEO 2 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 22 เมกะวัตต์ ในประเทศญี่ปุ่นช่วงในไตรมาส 4/2568 ที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง 2 โครงการดังกล่าวจะมีการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าเข้ามายัง SSP ในปีนี้เต็มปี นอกเหนือ จากโครงการอื่นๆ ที่สร้างรายได้อย่างต่อเรื่อง จึงส่งผลให้รายได้จาการขายไฟฟ้ารวมปี 2569 เติบโตยิ่งขึ้นด้วย

@ รับประโยชน์บาทแข็ง

               ส่วนทิศทางค่าเงินบาทที่อยู่ในโซนแข็งค่านั้นบริษัทมองเป็นโอกาสในการเดินหน้าในโครงการลงทุนต่างๆ ในมือของบริษัทได้มากขึ้น เพราะการเงินค่าของบาทดังกล่าวทำให้ต้นทุนปรับลดลง รวมทั้งสนับสนุนให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ปรับตัวสูงขึ้นอีกทางหนึ่ง  (เดิมวางเป้า IRR ในการลงทุนไม่ต่ำกว่า 10%)

             ด้านแนวโน้มดอกเบี้ยที่เป็นขาลงที่ผ่านมายอมรับว่าเป็นบวกต่อบริษัท ซึ่งจะทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง โดยเฉพาะในส่วนวงเงินสินเชื่อในประเทศเดิมของบริษัทที่มีอัตราดอกเบี้ยลอย รวมอยู่ที่ประมาณ 3 พันล้านบาท ขณะเดียวในช่วงนี้เป็นจังหวะในการทำสัญญากับสถาบันการเงินเพื่อลงทุนในโครงการต่างๆ เพิ่มเติมก็จะมีต้นทุนดอกเบี้ยที่ถูกลงด้วยเช่นกัน

แกร่งอนาคต 4.8 บ.

              นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้น SSP เนื่องจากคาดกำไรปกติในไตรมาส 4/2568 จะอยู่ที่ 220-240 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องจากไตรมาส 3/2568 และเป็นจุดสูงสุดของปี เนื่องจากปัจจัย ฤดูกาลของโครงการลมในไทยและเวียดนาม รวมถึงรายได้ที่สูงขึ้นจากโครงการ SPN หลังการปรับปรุง และการเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ Leo 2

ส่วนปี 2569 ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรจะกลับมาเติบโตจากปี 2568 ถือ เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ผลจากการรับรู้รายได้เต็มปีหลังการ ปรับปรุงโครงการ SPN และโครงการ Leo 2 รวมถึง ไม่มีการปิดซ่อมสายส่งไฟฟ้าของโครงการลม ในเวียดนามเหมือนช่วงครึ่งปีแรก ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “เก็งกำไร” หุ้น SSP ให้ราคาเป้าหมายไว้ ระดับ 4.80 บาท

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง