‘ปิ่นทอง อินดัสเตรียล’ เชื่อศักยภาพไทยยังแข่งขันได้ จ่อขายหุ้นไอพีโอ 290 ล้านหุ้น

‘ปิ่นทอง อินดัสเตรียล’ เชื่อศักยภาพไทยยังแข่งขันได้ จ่อขายหุ้นไอพีโอ 290 ล้านหุ้น
มติชน
20 ตุลาคม 2564 ( 15:50 )
11
‘ปิ่นทอง อินดัสเตรียล’ เชื่อศักยภาพไทยยังแข่งขันได้ จ่อขายหุ้นไอพีโอ 290 ล้านหุ้น

นายพีระ ปัทมวรกุลชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ PIN เปิดเผยว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์มานานกว่า 25 ปี โดยมุ่งพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรม พร้อมระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันของผู้ประกอบการในพื้นที่พาณิชยกรรม มีการพัฒนาอาคารโรงงานและคลังสินค้าให้เช่า เพื่อขายสำหรับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมบนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม และพื้นที่โลจิสติกส์ รวมถึงลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค (PPF) และเป็นผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของกองทุนดังกล่าวด้วย บริษทัฯ จึงเดินหน้าเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวนไม่เกิน 290 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ เพื่อนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัทฯ คาดรายได้รวมในปี 2565 จะสามารถเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 60% ซึ่งมีโครงการนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 6 (PIN6) ที่วางเป้ารายได้จากยอดขายที่ดินเติบโตไม่ต่ำกว่า 70% รายได้จากค่าเช่าจะเติบโตที่ 50% รายได้จากค่าสาธารณูปโภคโตที่ 10% เข้ามาสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ

 

นายพีระ กล่าวว่า ด้านความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต และการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเวียดนาม มาเลเซีย ถือว่าไทยยังมีอานิสงส์อยู่มาก ตั้งแต่ภูมิรัฐศาสตร์ของประเทศที่ตั้งอยู่ในจุดที่ดี สามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศอื่นๆ ได้ รวมถึงโครงการวันเบลท์วันโรด (One Belt One Road) หรือเส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ของจีน ที่จะเชื่อมต่อเส้นทางขนส่งทางบกในหลายประเทศเข้าด้วยกัน มีระบบสาธารณูปโภคที่ดี และประเทศไทยไม่มีภัยธรรมชาติอย่างภูเขาไฟ ทำให้ไทยได้เปรียบหากเทียบกับอีกหลายประเทศ

 

“สิ่งที่เป็นกังวลก็คือ ความมีเสถียรภาพของรัฐบาล ส่วนอื่นไม่มีความกังวลอะไร เนื่องจากบริษัทฯ มีความพร้อมค่อนข้างสูง ทำให้หากภายในเราสงบเชื่อว่าการเดินหน้าต่อจะทำได้ไม่ยาก เพราะแม้การเมืองไทยยังไม่เสถียรมากนัก แต่ธุรกิจก็สามารถเดินหน้าต่อได้ สะท้อนจากช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ก็ยังอยู่กันได้ นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาก็ไม่ได้กังวลมากนัก จึงเชื่อว่าหลายสิ่งยังมีความได้เปรียบอยู่” นายพีระ กล่าว

 

นายสุรัช พัฒนวงศ์ยืนยง ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ บมจ.ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค กล่าวว่า บริษัทฯ มีกลุ่มในธุรกิจประเภทเครื่องมือแพทย์ อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุก่อสร้าง รวมถึงอุตสาหกรรมที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นหลัก เพื่อให้สอดรับกับแผนพัฒนาโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้เริ่มเห็นเข้ามาบ้างแล้ว อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร ที่ใช้อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์สมัยใหม่ ซึ่งบริษัทฯ มีลูกค้าทั้งในไทยและลูกค้าจากต่างประเทศเข้ามาใช้บริการ รวมถึงเมื่อเปิดประเทศอนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาแล้ว ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าของบริษัทฯ มากขึ้น เพราะลูกค้าระดับผู้บริหารสามารถเดินทางเข้ามาทำธุรกิจได้แบบไม่ต้องกักตัว 14 วันเหมือนที่ผ่านมา

 

นายพิมล เลิศทรัพย์อนันต์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชีและการเงิน PIN กล่าวว่า ภาพรวมรายได้จากการขายและการบริการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2561-2563) อยู่ที่ 888.88 ล้านบาท 789.28 ล้านบาท และ 1,062.85 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 216.43 ล้านบาท 223.70 ล้านบาท และ 403.89 ล้านบาท ซึ่งปัจจัยการเติบโตที่ดีในปีที่ผ่านมานั้น มาจากการขายที่ดินที่พัฒนาแล้วในโครงการ PIN3, PIN4 และ PIN5 มากขึ้น และยังสามารถเพิ่มสัดส่วนของรายได้ประจำและสม่ำเสมอ ที่มาจากรายได้การให้เช่าและให้บริการเพิ่มขึ้นรวมถึงบริหารควบคุมค่าใช้จ่ายได้มีประสิทธิภาพ โดยแม้เกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนต่างประเทศไม่สามารถเดินทางมาดูพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและทำสัญญาได้ แต่ด้วยการบริหารจัดการ ส่งผลให้รายได้จากการขายที่ดินสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 205.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากจำนวนที่ดินที่ขายได้เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิ 99.31 ล้านบาท เติบโตขึ้นประมาณ 79% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 55.57 ล้านบาท

 

นายธนัท วงษ์ชูแก้ว กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.หลักทรัพย์ กรุงศรี ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่า ความคืบหน้าการเสนอขายหุ้นไอพีโอในครั้งนี้ จำนวนไม่เกิน 290 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ และนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้น ล่าสุด PIN อยู่ระหว่างการรออนุมัติไฟลิ่ง จากสำนักงาน ก.ล.ต. โดยบริษัทฯ คาดว่าจะสามารถเสนอขายหุ้นไอพีโอได้ ภายหลังได้รับการอนุมัติจากสำนักงาน กลต. ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในปลายปีนี้ และหากมีความชัดเจนทางบริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ PIN จัดเป็นหุ้นของกิจการที่อยู่ในช่วงเติบโต (Growth Stock) และมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการภายหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินทุนสำรองตามกฎหมายและทุนสำรองอื่นตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งการดำเนินงานจากแผนการลงทุนโครงการ Logistics Park แห่งใหม่ เพื่อรองรับการลงทุนของผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมและเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) ส่วนที่เหลือนำไปชำระคืนเงินกู้และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานต่อไป อันจะทำให้บริษัทฯ มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และเพิ่มศักยภาพในการสร้างการเติบโตของรายได้แก่บริษัทฯ ได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคงต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง