เที่ยวปีใหม่ 64 ไม่คึกหลังโควิดระบาดใหม่ - ส่วนรายได้ทั้งปีหด 72% เหลือ 8.3 แสนล้านจากปีก่อน 3 ล้านล้าน

เที่ยวปีใหม่ 64 ไม่คึกหลังโควิดระบาดใหม่ - ส่วนรายได้ทั้งปีหด 72% เหลือ 8.3 แสนล้านจากปีก่อน 3 ล้านล้าน
ข่าวสด
24 ธันวาคม 2563 ( 15:14 )
37
เที่ยวปีใหม่ 64 ไม่คึกหลังโควิดระบาดใหม่ - ส่วนรายได้ทั้งปีหด 72% เหลือ 8.3 แสนล้านจากปีก่อน 3 ล้านล้าน

เที่ยวปีใหม่ 64 ไม่คึกหลังโควิดระบาดใหม่ - รายได้ทั้งปีหด 72% เหลือ 8.3 แสนล้านจากปีก่อน 3 ล้านล. ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวรวมมีแค่ 6.7 ล้านคน

 

เที่ยวปีใหม่ 64 ไม่คึก - นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงเทศกาลปีใหม่ปี 2564 ซึ่งเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง 4 วัน ระหว่างวันที่ 31 ธ.ค. 2563 - 3 ม.ค. 2564 ททท. คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางภายในประเทศ 2.75 ล้านคน-ครั้ง และมีการใช้จ่ายสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่มากกว่า 10,700 ล้านบาท โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 37% ปี 2564 คาดว่าหดตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 อย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของนักท่องเที่ยวจนเกิดความหวั่นวิตก กังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาด

 

ส่วนปี 2563 คาดรายได้รวมจากการท่องเที่ยวจะลดลงเหลือ 8.3 แสนล้านบาท ลดลง 72% จาก 3 ล้านล้านบาท ในปี 2562 โดยนักท่องเที่ยวต่างประเทศ น่าจะอยู่ที่ประมาณ 6.7 ล้านคน ลดลง 83% จาก 39.8 ล้านคนในปี 2562 เป็นตัวเลขสะสมตั้งแต่ไตรมาสที่ 1/2563 ซึ่งไม่ได้ขยับเข้ามามากนัก แม้รัฐบาลมีความพยายามในการเปิดประเทศ แต่ในเดือนต.ค. ที่ผ่านมา มีจำนวนต่างชาติเข้ามาแค่ 1,500 คนเท่านั้น

 

ส่วนตลาดในประเทศ เริ่มเดินทางท่องเที่ยวในประเทศได้ช่วงเดือนก.ค. ที่ผ่านมา หลังจากต้องหยุดเชื้อเพื่อชาติในช่วงการล็อกดาวน์เดือนมี.ค. ทำให้ตัวเลขล่าสุดมีการเดินทางในประเทศสะสมประมาณ 81 ล้านคน-ครั้ง โดยเฉพาะในเดือนพ.ย. ซึ่งมีการเดินทางฟื้นกลับมาเท่าระดับเดียวกันของปี 2562 ที่ประมาณ 15-16 ล้านคน-ครั้ง ทำให้หากในเดือนธ.ค. มีการเดินทางใกล้เคียงกันในระดับดังกล่าว ปี 2563 ไทยเที่ยวไทยน่าจะอยู่ประมาณ 95 ล้านคน-ครั้ง ลดลง 48% จากปี 2562 อยู่ที่ 172 ล้านคน-ครั้ง

 

ขณะที่สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้น ความจริงได้รับผลกระทบมาตั้งแต่ปลายเดือนพ.ย. หลังจากมีการระบาดในภาคเหนือของประเทศไทย จนล่าสุดที่สมุทรสาคร โดยขณะนี้ยอมรับว่าส่งผลต่อจิตวิทยาในการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการระบาดออกไปในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ต้องงดการจัดกิจกรรม ซึ่งก็ต้องยอมรับว่า กิจการเหล่านั้นมีส่วนในการดึงดูดนักท่องเที่ยวออกไป แต่ททท.ยังหวังว่า ในช่วงปลายปีนี้ จะมีการเดินทางท่องเที่ยว แม้อาจสั้นลง หรือไม่ได้มีจำนวนมากเหมือนปีที่ผ่านมา

 

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า การยกเลิกจัดเคาต์ดาวน์ ททท. สนับสนุนอยู่ 10 แห่ง และจัดเอง 1 แห่ง ซึ่งงานที่จัดเองได้ตัดสินใจเลื่อนจัดงาานที่จังหวัดเชียงใหม่ออกไปก่อน ส่วนอีก 10 แห่งที่สนับสนุนนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเอกชนว่าจะพิจารณาดำเนินการอย่างไร แต่เน้นย้ำว่ากิจกรรมที่จัดจะต้องให้ความสำคัญกับมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพราะไม่อยากให้การท่องเที่ยวเป็นสาเหตุให้เกิดโควิด-19 ระบาดซ้ำ อย่างไรก็ตาม การรับมือกับโรคระบาด หากต้องมีการล็อกดาวน์ ซึ่งเป็นกรณีเลวร้ายสุด ที่อาจเกิดขึ้น ประเมินว่าหากทำได้ดี เป็นการล็อกดาวน์เร็วและใช้เวลาสั้น ซึ่งหากทำได้แบบนี้ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจก็คงไม่มากนัก

 

“ขอให้เชื่อมั่นในตัวระบบสาธารณสุข ที่ผ่านมาเราสามารถรับมือได้เป็นอย่างดี ครั้งนี้ก็ไปเป็นอีกบททดสอบ ซึ่งคิดว่าเราตระหนักได้ แต่อย่าตระหนก โดยพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนไทย ตัดสินใจในช่วงท้ายๆ เพื่อออกเดินทาง และส่วนใหญ่เป็นการเดินทางกลับภูมิลำเนา ก็หวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยเร็วๆ และสามารถกลับมาเที่ยวได้อีกครั้ง ภายใต้มาตรการสาธารณสุขที่มีความปลอดภัย”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง