รีเซต

วิกฤตสายการบินญี่ปุ่น "ANA-JAL" เข้าสู่ยุคตั๋วแพง-ลดบริการ

วิกฤตสายการบินญี่ปุ่น "ANA-JAL" เข้าสู่ยุคตั๋วแพง-ลดบริการ
TNN ช่อง16
11 พฤษภาคม 2569 ( 12:24 )

อุตสาหกรรมการบินของญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ แม้จำนวนผู้โดยสารจะฟื้นตัวกลับมาใกล้ระดับก่อนโควิด-19 แล้วก็ตาม แต่สายการบินกลับยังเผชิญภาวะต้นทุนพุ่งสูงอย่างหนัก จนเริ่มส่งผลโดยตรงต่อราคาตั๋วและคุณภาพบริการที่ผู้โดยสารได้รับ

ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากราคาน้ำมันโลกที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งรอบช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้สายการบินทั่วโลกต้องเผชิญต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

สำหรับสายการบินญี่ปุ่น ผลกระทบยิ่งรุนแรงขึ้น เพราะยังต้องเผชิญค่าเงินเยนที่อ่อนค่าต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการนำเข้าน้ำมัน ค่าอะไหล่ และค่าเช่าเครื่องบินที่อ้างอิงเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐสูงขึ้นทั้งหมด

ล่าสุด มีรายงานว่า ค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง หรือ Fuel Surcharge สำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศของญี่ปุ่น อาจเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า โดยเฉพาะเส้นทางยุโรปและสหรัฐ ที่มีโอกาสแตะระดับมากกว่า 50,000 เยนต่อเที่ยว

สถานการณ์ดังกล่าวเริ่มส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงตลาดบินภายในประเทศ ซึ่งเดิมถูกมองว่าเป็นธุรกิจที่มั่นคง เพราะคนญี่ปุ่นยังจำเป็นต้องเดินทางระหว่างเมืองอยู่เสมอ

แต่ในวันนี้ สายการบินเริ่มยอมรับว่า โมเดลธุรกิจเดิมอาจไม่สามารถรองรับต้นทุนใหม่ได้อีกต่อไป

All Nippon Airways หรือ ANA จึงตัดสินใจปรับโครงสร้างค่าโดยสารครั้งใหญ่ สำหรับตารางบินฤดูร้อนปี 2026 โดยใช้แนวคิด Simplification (ซิม-พลิ-ฟิ-เค-ชัน) หรือทำระบบตั๋วให้เรียบง่ายขึ้น

ANA จะลดประเภทตั๋วหลักเหลือเพียง 3 รูปแบบ ได้แก่ Simple, Standard และ Flex ซึ่งเบื้องหลังไม่ได้เป็นเพียงการจัดแพ็กเกจใหม่ แต่ยังสะท้อนยุทธศาสตร์ผลักดันให้ผู้โดยสารจ่ายแพงขึ้น หากต้องการบริการที่เคยได้รับตามปกติ

ตั๋วราคาถูกสุดแบบ Simple จะไม่สามารถเลือกที่นั่งล่วงหน้าได้อีกต่อไป ทั้งที่เดิมเคยทำได้ฟรี นอกจากนี้ยังลดสิทธิสัมภาระโหลดใต้เครื่องเหลือเพียง 1 ใบ น้ำหนักไม่เกิน 23 กิโลกรัม จากเดิมที่โหลดได้ 2 ใบ และยังไม่สามารถอัปเกรดที่นั่งได้อีกด้วย

ส่วนตั๋ว Standard แม้ยังให้บริการใกล้เคียงรูปแบบเดิม แต่กลับตั้งราคาแพงขึ้นหลายพันเยนต่อเที่ยว ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากมองว่า เป็นการขึ้นราคาในรูปแบบใหม่ หรือ จ่ายเพิ่มเพื่อรักษาสิทธิเดิม

เสียงวิจารณ์ในญี่ปุ่นเริ่มรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจและผู้โดยสารประจำ ที่มองว่า ANA กำลังลดคุณภาพบริการลง เพื่อแลกกับการรักษากำไรของบริษัท

นอกจากการขึ้นราคา ANA ยังเดินหน้าปรับโครงสร้างเส้นทางบิน เพื่อลดภาระขาดทุน โดยยกเลิกหลายเส้นทางบินภายในประเทศจากสนามบินคันไซ เช่น เส้นทางไปโอกินาวา มิยาโกะ อิชิงากิ และซัปโปโร เหลือเน้นเฉพาะเส้นทางหลักไปสนามบินฮาเนดะในกรุงโตเกียว

ขณะเดียวกัน กลุ่ม ANA จะผลักดันให้สายการบินต้นทุนต่ำในเครืออย่าง Peach Aviation เข้ามารับบทตลาดเที่ยวบินราคาประหยัดมากขึ้น สะท้อนแนวโน้มที่สายการบินใหญ่เริ่มแบ่งบทบาทชัดเจนระหว่างบริการเต็มรูปแบบกับต้นทุนต่ำ

ด้าน Japan Airlines หรือ JAL เลือกใช้แนวทางที่ต่างออกไป โดยพยายามรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า ผ่านระบบสะสมไมล์แบบ Dynamic Mileage  ที่จะปรับจำนวนไมล์ตามช่วงเวลาและความต้องการเดินทาง

แม้ JAL จะยังไม่ลดสิทธิผู้โดยสารแบบชัดเจนเหมือน ANA แต่หลายฝ่ายมองว่า นี่คือสัญญาณว่าตลาดการบินญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ยุคบริหารรายได้ทุกที่นั่งอย่างจริงจัง

เบื้องหลังทั้งหมด สะท้อนว่า ธุรกิจสายการบินญี่ปุ่นกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่หนักกว่าที่หลายคนคิด เพราะนอกจากต้นทุนน้ำมันและค่าเงินแล้ว ยังมีปัญหาขาดแคลนแรงงาน ค่าแรงที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนดูแลสนามบินที่สูงขึ้นต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น ความช่วยเหลือจากภาครัฐที่เคยใช้พยุงอุตสาหกรรมในช่วงโควิด-19 ก็กำลังทยอยหมดลง ทำให้หลายสายการบินเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะขาดทุนจริง

นักวิเคราะห์มองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นอาจเป็นภาพสะท้อนของอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ที่กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ ซึ่ง ค่าตั๋วราคาถูก อาจไม่สามารถอยู่ได้อีกต่อไป หากต้นทุนพลังงานยังอยู่ในระดับสูงและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังยืดเยื้อ

ขณะที่ผู้โดยสารทั่วโลกอาจต้องเริ่มคุ้นชินกับการเดินทางที่แพงขึ้น แต่ได้บริการน้อยลง เพราะสายการบินกำลังพยายามหาจุดสมดุลใหม่ระหว่างการอยู่รอดทางธุรกิจกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นทุกวั

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง