‘ไทยบีเอ็มเอ’ ยันภาพรวมตลาดตราสารหนี้ไทยแข็งแกร่ง ปลอบนักลงทุนอย่าตกใจจนเสียประโยชน์

‘ไทยบีเอ็มเอ’ ยันภาพรวมตลาดตราสารหนี้ไทยแข็งแกร่ง ปลอบนักลงทุนอย่าตกใจจนเสียประโยชน์
มติชน
27 มีนาคม 2563 ( 21:19 )
36
‘ไทยบีเอ็มเอ’ ยันภาพรวมตลาดตราสารหนี้ไทยแข็งแกร่ง ปลอบนักลงทุนอย่าตกใจจนเสียประโยชน์

นางสาวอริยา ติรณะประกิจ รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ไทยบีเอ็มเอ) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดตราสารหนี้ในขณะนี้ ยังมีทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีกองทุนบางกองที่ปิดการซื้อขายหน่วยลงทุนไป เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบทำให้นักลงทุนมีความตื่นตระหนก (แพนิก) จนยอมถอนสินทรัพย์ เพื่อถือเงินสดไว้ ซึ่งความจริงแล้วการลงทุนของกองทุนรวมตรสารหนี้ ไม่ได้มีอะไรที่น่าวิตกหรือกังวลในส่วนใดๆ เนื่องจากเกิน 90% เป็นสินทรัพย์ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพันธบัตรรัฐบาล และพันธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งความจริงแล้วหากผู้ลงทุนศึกษารายละเอียดของกองทุนให้เข้าใจชัดเจน จะรู้ว่าไม่ได้มีความเสี่ยงให้น่ากังวล จนต้องไถ่ถอนสินทรัพย์ออกมาแม้แต่น้อย

“แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 จะส่งผลกระทบกับการลงทุน แต่ต้องดูตัวสินทรัพย์ที่เราลงทุนด้วยว่ามีลักษณะเป็นแบบใด เพราะปัจจุบันหากดูในส่วนของตลาดหุ้น ก็ต้องผันผวนตามภาวะการณ์ในช่วงนั้นๆ อยู่แล้ว เพราะเป็นไปตามตลาดโลก แต่ในส่วนของตลาดตราสารหนี้ กองทุนตราสารหนี้ส่วนใหญ่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรของแบงก์ชาติ และลงทุนในหุ้นกู้ที่มีคุณภาพสูงมาก เพราะฉะนั้นสถานการณ์ความผันผวนที่เกิดขึ้น คงไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก เพราะยกตัวอย่างในส่วนของพันธบัตรรัฐบาล ก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ฐานะทางการเงินและการคลังของไทยแข็งแรงมาก จึงไม่น่าจะประเด็นที่สร้างความกังวลอะไร เนื่องจากการลงทุนใน พันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรแบงก์ชาติ ก็มีความปลอดภัยมากที่สุดแล้ว” นางสาวอริยากล่าว

นางสาวอริยากล่าวว่า หากนักลงทุนศึกษารายละเอียดครบถ้วนอย่างดี จะรู้ว่าขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขายหรือไถ่ถอนสินทรัพย์ ในราคาที่ไม่สมเหตุสมผล จนต้องเสียผลประโยชน์ไป เพราะโดยรวมสุดท้ายพันธบัตรและหุ้นกู้ที่มีคุณภาพสูงเหล่านี้ ก็จะได้รับดอกเบี้ยครบถ้วนแล้วอยู่ดี ในกรณีเลวร้ายที่สุด หากนักลงทุนยังคงตื่นตระหนกจนเทขายแบบไม่สมเหตุสมผลออกมา เชื่อว่าแบงก์ชาติจะสามารถรองรับได้หมด และคงไม่ได้สร้างปัญหาหรือเพิ่มประเด็นอะไร เพราะเม็ดเงินของตลาดตราสารหนี้ไม่ได้มีมากเกินที่แบงก์ชาติจะรับมือได้ แต่ผลกระทบจะเกิดขึ้นกับนักลงทุนเองมากกว่าที่จะเสียประโยชน์ในการลงทุนไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง