รีเซต

OKJ กำไรปี 68 ที่ 70.41 ลบ. ลดลง 65.1%, ปันผล 0.07 บาท/หุ้น

OKJ กำไรปี 68 ที่ 70.41 ลบ. ลดลง 65.1%, ปันผล 0.07 บาท/หุ้น
ทันหุ้น
6 กุมภาพันธ์ 2569 ( 17:49 )
7

#OKJ #ทันหุ้น-บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ในปี 2568 มีกำไร 70.41 ล้านบาท ลดลง 65.1% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไร 201.69 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายในปี 2568 อยู่ที่ 2,726.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งอยู่ที่ 2,421.1 ล้านบาท จากการขยายสาขาเพิ่มขึ้น แบ่งเป็นแบรนด์โอ้กะจู๋ 4 สาขา แบรนด์โ จู๊ซ 11 สาขา เปิดตัวแบรนด์ใหม่ โจ วิงส์ 5 สาขา รวมถึงยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากแบรนด์โอ้ จู๊ซ และช่องทางการขายใหม่ ได้แก่การร่วมมือกับการบินไทย และร้านวนัสนันท์สาขาสนามบินเชียงใหม่ 1 สาขา ทำให้มีช่องทางรายได้ใหม่เพิ่มขึ้น

ในขณะที่อัตราการเติบโตของรายได้จากการขายของสาขาเดิม หรือ SSSG อยู่ที่ -21.6% สาเหตุหลักจากการลดลงของยอดขายสาขาในเมืองและสาขาในโซนที่มีการแข่งขันสูง และฐานเปรียบเทียบที่สูงจากปีก่อน เนื่องจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของแบรนด์โอ้กะจู๋ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและมียอดขายติดอันดับต้น นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบจากฤดูฝน รวมถึงภาวะเศรษกิจชะลอตัวส่งผลต่อกำลังซื้อผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง

ส่วนกำไรขั้นต้นในปี 2568 อยู่ที่ 1,179 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.2 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นไปตามยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาและการเปิดแบรนด์ใหม่ ในขณะที่อัตรากไรขั้นต้นอยู่ที่ 43.2% ลดลง 1.3% จากการทำโปรโมชั่นฉลองครบรอบ 12 ปี แบรนด์โอ้กะจู๋ และฉลองครบรอบ 1 ปี แบรนด์โอ้ จู๊ซ

ขณะที่ในงวดไตรมาส 4/68 ขาดทุน 34.3 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 39.3 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 622 ล้านบาท ลดลง 10% จากยอดขายที่ลดลงของแบรนด์โอ้กะจู๋โดยเฉพาะในรูปแบบ Full-Service Restaurant และ Delivery & Kiosk และแบรนด์โอ้ จู๊ซ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การแข่งขันที่รุนแรงของเชนร้านอาหาร และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ส่งผลต่อการตัดสินใจในการเลือกใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการปรับตัวและเตรียมแผนการตลาดสำหรับปี 2569 เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้แบรนด์อื่น ๆ ยังสามารถสร้างยอดขายที่เพิ่มขึ้นได้ เช่น แบรนด์โจ วิงส์ จากการขยายสาขาใหม่ 3 สาขา แบรนด์แรปแอนด์ โรลล์ และยอดขายจากเทรดดิ้ง เช่น การบินไทย

ในขณะที่อัตราการเติบโตของรายได้จากการขายของสาขาเดิม (SSSG คำนวณจากแบรนด์โอ้กะจู๋ จำนวน 29 สาขา) อยู่ที่ร้อยละ -28.3 สาเหตุหลักจากการลดลงของยอดขายสาขาในเมืองและสาขาในโซนที่มีการแข่งขันสูง ผลกระทบจากฤดูฝน ส่งผลให้จำนวนลูกค้า Dine-in ลดลง รวมถึงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจใช้จ่ายของผู้บริโภค

**ปันผล 0.07 บาท

คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผล จากผลดำเนินงานในงวดปี 2568 ในอัตรา 0.07 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 19 ก.พ. 2569 วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผลในวันที่ 20 ก.พ. 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 29 เม.ย. 2569

ข่าวที่เกี่ยวข้อง