สรรพสามิตเก็บภาษีเกินเป้า 8.3 พันล้าน

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เป้าหมายการจัดเก็บรายได้รวมในปีงบประมาณ 2569 อยู่ที่ 578,200 ล้านบาท โดยในช่วง 4 เดือนแรก งบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568-มกราคม 2569) สามารถจัดเก็บรายได้ 191,000 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการตามอกสารงบประมาณ 8,300 ล้านบาท หรือคิดเป็นสูงกว่าเป้าหมายร้อยละ 5 และคาดว่าภาพรวมทั้งปีจะจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมาย
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้รายได้เติบโต มาจากกลุ่มภาษีรถยนต์ เนื่องจากค่ายรถยนต์ทราบล่วงหน้าถึงการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ที่จะเริ่มในเดือนมกราคม 2569 ทำให้มีการเร่งผลิตและนำเข้าเพื่อสต็อกสินค้าไว้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ประกอบกับอานิสงส์จากเทศกาลเฉลิมฉลองในช่วงปีใหม่ที่ส่งผลดีต่อกลุ่มสินค้าเครื่องดื่มและเบียร์
อย่างไรก็ตาม ทิศทางการจัดเก็บรายในไตรมาสที่ 2 และช่วงที่เหลือของปี กรมสรรพสามิตยังคงฝากความหวังไว้กับการขยายตัวของการบริโภคภาคเอกชนและภาคครัวเรือน รวมถึงมาตรการต่างๆ ของรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง
ทั้งนี้สรรพสามิตยังมีประเด็นมาตรการภาษีใหม่ๆ ที่อยู่ระหว่างรอรัฐบาลใหม่เข้ามาพิจารณา เช่น ภาษีบุหรี่ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่เข้ามาส่งเสริมการจัดเก็บรายได้ของกรมเพิ่มเติม และมองว่า การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในปีนี้ จะส่งผลโดยตรงต่อการจัดเก็บภาษีสินค้ากลุ่มสุรา ยาเส้น และเครื่องดื่มต่างๆ
ในส่วนของการจัดเก็บรายได้ภาษีรถยนต์นั้น ปริมาณรถยนต์ในตลาดยังไม่ลดลง แต่มีการเปลี่ยนผ่านของเซกเตอร์อย่างชัดเจนจากรถยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (Hybrid) โดยรถยนต์ EV สำหรับผู้ที่เข้าร่วมมาตรการสนับสนุน เช่น EV 3.5) ยังคงเสียภาษีในอัตราร้อยละ 2 ต่อไปอีก 2 ปี
ส่วนรถยนต์ EV ทั่วไป หากไม่ได้เข้าร่วมมาตรการสนับสนุน อัตราภาษีได้ปรับขึ้นจากร้อยละ 8 เป็นร้อยละ 10 แล้วตั้งแต่เดือนมกราคม โดยการปรับขึ้นทุกๆ ร้อยละ 2 สำหรับรถราคา 1 ล้านบาท จะทำให้ภาระภาษีเพิ่มขึ้นประมาณ 20,000 บาท
ด้านรถยนต์ Hybrid มีการปรับฐานภาษีขึ้นเช่นกัน โดยกลุ่มที่ผลิตในประเทศและผ่านเงื่อนไข เช่น การใช้ชิ้นส่วนในประเทศหรือมีระบบความปลอดภัย ADAS ปรับจากร้อยละ 4 เป็นร้อยละ 6 การนำเข้าทั้งคันปรับจากร้อยละ 8 เป็นร้อยละ 10
ขณะที่รถยนต์สันดาป มีการปรับขึ้นภาษีแบบขั้นบันไดตามปริมาณการปล่อย CO2 ทุกๆ 2 ปี เริ่มปี 2569, 2571 และ 2573) เพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิตลดการปล่อยมลพิษ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
