"มหาเศรษฐีโลก" เริ่มลดถือครองดอลลาร์

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ครอบครัวมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของโลกกำลังลดสัดส่วนการถือครองสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สหรัฐ ท่ามกลางความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์และภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกำลังกระตุ้นให้เกิดการทบทวนความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่ ตามรายงานของ UBS ที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี
ทั้งนี้ ผลสำรวจของ UBS พบว่า ประมาณ 2 ใน 3 ของ Family Office ที่เข้าร่วมสำรวจคาดว่า ความเชื่อมั่นต่อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินสำรองของโลกจะอ่อนแอลงภายในหนึ่งปีข้างหน้า โดยการสำรวจจัดทำระหว่างเดือนมกราคมถึงปลายเดือนมีนาคม ก่อนที่ดอลลาร์จะกลับมาแข็งค่ามากกว่าสกุลเงินหลักหลายสกุลในช่วงหลัง
รายงานระบุว่า การอ่อนค่าของดอลลาร์ในช่วงปีก่อนหน้าการสำรวจ ทำให้ Family Office จำนวนมากเริ่มทบทวนพอร์ตการลงทุน โดยเกือบครึ่งมองว่าตนเองมีการถือครองสินทรัพย์สกุลดอลลาร์มากเกินไปในหลายประเภทสินทรัพย์
แม็กซิมิเลียน คุนเคิล นักกลยุทธ์ของ UBS กล่าวว่า แผนการลดการถือครองสินทรัพย์สกุลดอลลาร์สะท้อนถึงการปรับมุมมองต่อพอร์ตที่พึ่งพาสหรัฐฯ มากเกินไป โดย Family Office หลายแห่งมีแผนเพิ่มการลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่และโครงสร้างพื้นฐาน ขณะเดียวกันก็ลดสัดส่วนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
ด้าน เบนจามิน คาวัลลี ผู้บริหารของ UBS กล่าวว่า ขณะนี้เริ่มเห็น Family Office ต้องการเพิ่มการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และบางส่วนในยุโรปตะวันตกมากขึ้นเป็นครั้งแรก โดยแนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นหลัก ๆ ในกลุ่ม Family Office นอกสหรัฐฯ แต่เริ่มเห็นสัญญาณบางส่วนจาก Family Office ในสหรัฐเช่นกันที่เริ่มเคลื่อนไหวในลักษณะลดการพึ่งพาดอลลาร์ หรือ de-dollarisation
ขณะที่ UBS ระบุว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์กลายเป็นความกังวลอันดับหนึ่งของกลุ่มมหาเศรษฐีอย่างชัดเจน ส่งผลให้หลาย Family Office ปรับทั้งกลยุทธ์การจัดสรรสินทรัพย์และโครงสร้างการดำเนินงานแบบ Multishoring ซึ่งหมายถึงการกระจายกิจกรรมหรือฐานการดำเนินงานไปยังหลายประเทศหรือหลายเขตอำนาจทางกฎหมาย เพื่อลดความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
