รู้จัก TH-AI Passport จุดเริ่มต้น “AI เพื่อคนไทย” สู่ทักษะแห่งอนาคต

เมื่อ AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงาน การศึกษา และธุรกิจอย่างรวดเร็ว ทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์จึงกลายเป็นหนึ่งในทักษะแห่งอนาคตที่หลายประเทศให้ความสำคัญ รัฐบาลไทยจึงเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลก พร้อมยกระดับทักษะดิจิทัล ลดความเหลื่อมล้ำ และเตรียมความพร้อมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี วันนี้ TNN Wealth จะพาไปทำความ TH-AI Passport คืออะไร จะส่งผลดีอย่างไรต่อแรงงานไทยในอนาคต
TH-AI Passport คืออะไร?
โครงการ TH-AI Passport หรือโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย ของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เป็นโครงการที่มุ่งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงและเรียนรู้การใช้งานเทคโนโลยี AI ผ่านแพลตฟอร์มและเครื่องมือดิจิทัลระดับสากล เพื่อยกระดับทักษะแรงงานไทยให้สอดรับกับโลกการทำงานยุคใหม่ โดยใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุน DE) กว่า 1,600 ล้านบาทในการขับเคลื่อนโครงการ
TH-AI Passport ถูกออกแบบให้เป็น “แพลตฟอร์มกลาง” ของประเทศ สำหรับเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยี Generative AI ระดับพรีเมียม ผ่านการรวบรวมเครื่องมือ AI ชั้นนำของโลกกว่า 12 โมเดลไว้ในที่เดียว โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับทักษะดิจิทัล เพิ่มขีดความสามารถของแรงงานไทย และลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงเทคโนโลยี
โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย AI Transformation ของภาครัฐ ที่ต้องการเร่งพัฒนาศักยภาพคนไทยให้พร้อมกับโลกการทำงานยุคใหม่ ผ่านการแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ระดับ Pro ฟรี จำนวน 5 ล้านสิทธิ์ เป็นระยะเวลา 1 ปี ครอบคลุมเครื่องมือ AI ชั้นนำ เช่น ChatGPT Plus, Gemini Advanced และ Claude Pro โดยมุ่งเน้นกลุ่มนักศึกษา First Jobber และแรงงานที่ต้องการอัปสกิลและเพิ่มศักยภาพในการทำงาน
สิทธิประโยชน์?
-แจกสิทธิ์ฟรีทั้งหมด 5 ล้านสิทธิ์ (สำหรับคนไทย 5 ล้านคน) ให้กับเด็กอายุ 15 ปีขึ้นไป
-สิทธิ์ในการใช้งาน AI ระดับ Pro ฟรีเป็นระยะเวลา 1 ปี ควบคู่ไปกับหลักสูตรการเรียนรู้เพื่ออัปสกิล (Up Skill) ภายใต้แนวคิด “Learn to Earn” (เรียนเพื่อนำไปต่อยอดอาชีพและสร้างรายได้จริง)
-มีแผนจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ในวันที่ 5 มิถุนายน 2569 นี้.
ทำไมรัฐบาลต้องเร่งโครงการนี้?
เหตุผลสำคัญที่รัฐบาลเร่งผลักดันโครงการ TH-AI Passport มาจากการเปลี่ยนแปลงของโลกแรงงานและเศรษฐกิจที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI อย่างรวดเร็ว หลายประเทศเริ่มนำปัญญาประดิษฐ์เข้ามาใช้ทั้งในภาคธุรกิจ การศึกษา และอุตสาหกรรม ส่งผลให้ทักษะด้าน AI กลายเป็น “ทักษะแห่งอนาคต” ที่จำเป็นต่อการแข่งขันในตลาดงาน
ภาครัฐมองว่า หากคนไทยไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI หรือไม่มีโอกาสเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ อาจทำให้แรงงานไทยเสียเปรียบในการแข่งขันกับต่างประเทศในระยะยาว ขณะที่เครื่องมือ AI ระดับพรีเมียมส่วนใหญ่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง จึงเกิดแนวคิดสร้าง “แพลตฟอร์มกลาง” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะนักศึกษา คนเริ่มทำงาน และแรงงานทั่วไป ได้ทดลองใช้งาน AI ระดับโลกอย่างทั่วถึง
AI จะเปลี่ยนแรงงานไทยอย่างไร?
AI กำลังเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของแรงงานไทยในหลายมิติ ตั้งแต่งานสำนักงาน งานบริการ ไปจนถึงภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ข้อมูล การสรุปเอกสาร การสร้างคอนเทนต์ หรือการให้บริการลูกค้า ซึ่ง AI สามารถช่วยลดเวลา เพิ่มความรวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างมาก
ในอนาคต แรงงานที่สามารถใช้ AI เป็น “ผู้ช่วย” จะมีโอกาสทำงานได้เร็วขึ้น สร้างผลงานได้มากขึ้น และแข่งขันในตลาดแรงงานได้ดีกว่าเดิม ขณะที่หลายองค์กรเริ่มมองหาพนักงานที่มีทักษะด้าน AI ควบคู่กับทักษะวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นสายการตลาด การเงิน โปรแกรมมิง ดีไซน์ หรือแม้แต่อาชีพอิสระ
อย่างไรก็ตาม AI อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานบางกลุ่ม โดยเฉพาะงานที่ทำซ้ำ ๆ หรือใช้ทักษะพื้นฐาน เพราะหลายกระบวนการสามารถถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติได้มากขึ้น ทำให้แรงงานจำเป็นต้องเร่งอัปสกิลและเรียนรู้ทักษะใหม่ เพื่อปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงานยุคดิจิทัล
โอกาสและความเสี่ยงของโครงการ?
โครงการ TH-AI Passport ถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับทักษะแรงงานไทยและลดช่องว่างด้านเทคโนโลยี เพราะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลกได้โดยไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายสูงเหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษา คนเริ่มทำงาน และแรงงานทั่วไป ที่อาจไม่เคยมีโอกาสใช้งาน AI ระดับพรีเมียมมาก่อน
อีกด้านหนึ่ง โครงการยังอาจช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว หากคนไทยสามารถนำ AI ไปต่อยอดทั้งด้านการศึกษา ธุรกิจ การทำงาน และการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งอาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม โครงการยังมีความเสี่ยงและข้อกังวลหลายด้าน ทั้งเรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณกว่า 1,600 ล้านบาท ความโปร่งใสในการบริหารจัดการ รวมถึงคำถามว่า ประชาชนจะสามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่ หากขาดการอบรมหรือความรู้พื้นฐานที่เพียงพอ
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ ความปลอดภัยของข้อมูล และความต่อเนื่องของโครงการหลังสิ้นสุดระยะเวลาใช้งานฟรี ว่าสุดท้ายแล้ว TH-AI Passport จะสามารถสร้าง “ทักษะระยะยาว” ให้กับคนไทยได้จริง หรือเป็นเพียงมาตรการระยะสั้นในการกระตุ้นการใช้งาน AI เท่านั้น
ในท้ายที่สุด TH-AI Passport อาจไม่ใช่เพียงโครงการแจกสิทธิ์ใช้งาน AI ฟรี แต่คือจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้าง “โอกาส” ให้คนไทยได้เรียนรู้และเข้าถึงเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างเท่าเทียมมากขึ้น เพราะในโลกที่ AI กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานและชีวิตประจำวัน การมีทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์อาจไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพแรงงานไทย ยกระดับการแข่งขันของประเทศ และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ในเศรษฐกิจดิจิทัลต่อไปในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
