ปราจีนฯบวก 5 โควิด รักษาหายกลับบ้านแล้ว 2 ผู้ว่าฯสั่งปิดสถานที่เสี่ยง

ปราจีนฯบวก 5 โควิด รักษาหายกลับบ้านแล้ว 2 ผู้ว่าฯสั่งปิดสถานที่เสี่ยง
ข่าวสด
5 มกราคม 2564 ( 22:11 )
14
ปราจีนฯบวก 5 โควิด รักษาหายกลับบ้านแล้ว 2 ผู้ว่าฯสั่งปิดสถานที่เสี่ยง

ปราจีนบุรี ติดเชื้อโควิด ระลอกใหม่เพิ่ม 5 รวมสะสมแล้ว 7 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 2 ราย ผู้ว่าฯออกคำสั่งปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ สถานที่เสี่ยง

 

เมื่อเวลา 20.00 น.วันนี้ 5 ม.ค. 2564 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี รายงานกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดปราจีนบุรี ประจำวันที่ 5 มกราคม 2564 ข้อมูลส่งตรวจหาเชื้อสะสมระลอกใหม่ ทั้งหมด 483 ราย ไม่พบเชื้อ 483 ราย วันนี้ (5 ม.ค.) จังหวัดปราจีนบุรี พบผู้ติดเชื้อระลอกใหม่เพิ่ม 5 ราย รวมพบผู้ติดเชื้อระลอกใหม่สะสมรวม 7 ราย รักษาอยู่รพ. 5 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 2 ราย

 

 

พญ.โศรยา ธรรมรักษ์ ผอ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้เผยแพร่ผ่านสารรพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ระบุว่า ขณะนี้จังหวัดปราจีนบุรีเรา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เพิ่มอีก 5 ราย (เป็นรายที่ 12-16 ของจังหวัด) ทั้ง 5 รายเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ที่เป็นชาวปราจีนบุรี ทำงานอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ และกลับมาเที่ยวปีใหม่ที่บ้านในเขตอำเภอเมืองปราจีนบุรี ผู้สัมผัสใกล้ชิดรายอื่นๆทางสาธารณสุขได้นำมา ตรวจหาเชื้อและได้กักตัวแล้ว

 

ส่วนผู้ป่วยทั้ง 5 ราย ขณะนี้ได้นำตัวมารักษาที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร แล้วเช่นกัน ที่จะแจ้งข่าวดีให้ทราบอีกเรื่องก็คือ ผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 2 ราย คือรายที่ 10 และรายที่ 11 ขณะนี้อาการปกติและได้ออกจากรพ.แล้ว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในขณะนี้ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ทุกท่าน เตรียมพร้อมและป้องกันตัวเอง เน้นย้ำ Universal Precaution ตลอดเวลา ใส่หน้ากากอนามัย 100 % ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลทุกครั้งหลังสัมผัส อย่าเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง หรือที่ชุมชนแออัด รอบนี้นอกจากการ์ดไม่ตกแล้ว คงต้องยกค้างไว้นานๆอีกด้วย

 

ขณะที่ นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผวจ.ปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งจังหวัดปราจีนบุรี ที่ 2/2564 เรื่อง กำหนดมาตรการควบคุมสูงสุด และ สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ให้ปิดสถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค เป็นการชั่วคราว ดังต่อไปนี้ สถานบริการผับบาร์ สถานบันเทิง คาราโอเกะ และ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ
สนามเด็กเล่น เครื่องเล่นสำหรับเด็กในสนามที่ต่างๆอาทิ ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด โต๊ะสนุ๊กเกอร์และบิลเลียด ร้านเกมส์ ร้านอินเตอร์เน็ตและตู้เกมหรือฐานที่อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน สนามชนไก่ สนามซ้อมลองไก่ หรือสนามหรือพื้นที่การจัดการ สัตว์ต่อสู้กัน

 

สถานศึกษาทุกแห่งทุกสังกัดทั้งภาครัฐและเอกชนและองค์กร ปกครอง ส่วนท้องถิ่น ทั้งในระบบและนอกระบบศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานกวดวิชา โดยห้ามใช้ เพื่อจัดการเรียนการสอนการ สอบการฝึกอบรมหรือการทำกิจกรรมใดๆที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก เว้นแต่เป็นการเรียนการสอนหรือกิจกรรมเพื่อการสื่อสารระบบทางไกลหรือด้วยการด้วยทาง อิเล็กทรอนิกส์หรือเป็นการใช้อาคารหรือสถานที่เพื่อให้ความ ช่วยเหลือสงเคราะห์อุปถัมภ์หรือให้การอุปการะแก่บุคคล

 

เงื่อนไขการปิดดำเนินการให้สถานที่กิจกรรมหรือการทำกิจกรรมดังต่อไปนี้เปิดดำเนินการได้ภาย ได้เงื่อนไข เงื่อนเวลาและการจัดระบบและระเบียบต่างๆมีกำหนด ดังต่อไปนี้ การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มให้จัดระเบียบและเข้าใช้บริการจำนวนผู้นั่งเข้าบริโภคในร้าน การจัดสถานที่ให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติและมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนดโดยอาจให้เป็นลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่น

 

การจำหน่ายสุราสำหรับร้านอาหารหรือบริการสถานที่ซึ่งจำหน่ายสุราห้ามการบริโภคสุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านตามห้างสรรพสินค้าศูนย์การค้าคอมมูนิตี้มอลล์ ศูนย์การแสดงสินค้าศูนย์ประชุมหรือสถานที่จัดนิทรรศการร้านสะดวกซื้อ Supermarket หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกันให้เปิดทำการได้ตามเวลาปกติของสถานที่นั้น ภายใต้การดำเนินการมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด อย่างเคร่งครัด
ห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีผู้เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก และมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้โดยง่ายเช่นการประชุม การสัมมนาการจัดเลี้ยง การแจกจ่ายอาหาร หรือสิ่งของต่างๆเว้นแต่เป็นการดำเนินการโดยพนักงานเจ้าหน้าที่หรือได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเป็นการจัดกิจกรรมในพื้นที่ที่กำหนดให้เป็นสถานที่กักกันโรคโดยมีมาตรการทางสาธารณสุขรับรอง

 

ร้านที่อื่นใดที่เคยมีคำสั่งให้เปิดดำเนินการได้ก่อนหน้านี้ให้ถือปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโดยเคร่งครัด ให้ประชาชนงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด เว้นแต่การที่มีเหตุจำเป็นซึ่งต้องแสดงเหตุผลและหลักฐานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่รวมทั้งเข้ารับการตรวจคัดกรองและต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำหนด

 

ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการภาคเอกชนพิจารณารูปแบบการปฏิบัติงานในช่วงระยะเวลานี้ ซึ่งอาจเป็นการปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้งหรือการสลับวันหรือการเลื่อนเรื่องเวลาเข้าปฏิบัติงานเพื่อลดจำนวนผู้ปฏิบัติงานและปริมาณการเดินทางซึ่งเป็นมาตรการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ อนึ่งเนื่องจากเป็นองค์กรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นนานไปจะก่อให้เกิดผลเสียร้ายแรงแก่สาธารณชนหรือกระทบต่อประโยชน์สาธารณะจึงไม่อาจให้คู่กรณีใช้สิทธิ์โต้แย้งมาตรา 30 วรรค 2 (1) แห่ง พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 หากฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 กรณี คำสั่งใด ขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ให้ใช้คำสั่งฉบับนี้แทน ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2564 เป็นต้นไป

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง