"เดนทิสเต้ X ลิซ่า" ปีที่ 4 สร้างปรากฏการณ์บุกตลาดโลก

เดนทิสเต้ เดินเกมรุกตลาดทั้งในและต่างประเทศต่อเนื่อง พร้อมกับสานภารกิจการเป็นแบรนด์ระดับโลก หรือ โกลบอล แบรนด์ ล่าสุดประกาศความร่วมมือกับ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด 4 ปีแห่งความเชื่อมั่น กับหนึ่งรอยยิ้งที่มั่นใจ และขยายขอบเขตการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ในอาเซียน 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ซึ่งล้วนเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง
ขณะเดียวกัน จะทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาทเพื่อทำตลาดอย่างเข้มข้นตลอดทั้งปี
เภสัชกร ดร.แสงสุข พิทยานุกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า การมี ลิซ่า เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ และการต่อสัญญาเป็นปีที่ 4 นี้ จะมีความเป็นอินเตอร์แนชันแนลมากขึ้น จึงเชื่อว่าจะทำให้แบรนด์แข็งแรงขึ้นไปอีก
ปัจจุบัน เดนทิสเต้ มีจำหน่ายอยู่ใน 27 ประเทศทั่วโลก ซึ่ง 3 อันดับแรกที่ทำยอดขายดีที่สุดคือ เกาหลีใต้ ไทย และญี่ปุ่น สำหรับในอาเซียน ทั้งที่สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ มีสินค้าจำหน่ายอยู่แล้ว แต่ก็จะบุกหนักมากขึ้น โดยมีลิซ่า เป็นตัวแทนพาแบรนด์ไปครองใจผู้บริโภค แต่ขณะเดียวกัน จะขยายไปยังตลาดอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย โดยเป้าปีนี้จะขยายเป็น 30-35 ประเทศ
ซึ่ง เภสัชกร ดร.แสงสุข กล่าวอีกว่า อยากเห็นเดนทิสเต้ ขยายเข้าไปให้ครอบคลุมถึง 125 ประเทศ และเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากตลาดต่างประเทศเป็นร้อยละ 90 ภายใน 10 ปีข้างหน้า จากก่อนหน้าที่จะมี ลิซ่า เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ บริษัทฯ มีสัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศอยู่ที่ร้อยละ 10 และในประเทศร้อยละ 90 จนปัจจุบัน มีสัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 50 ต่อ 50
ส่วนตลาดที่กำลังจะไป คือ สหรัฐอเมริกา, ละตินอเมริกา รวมถึงตะวันออกกลาง ที่มีกำลังซื้อสูง และจะขยายการผลิตเดนทิสเต้ในบริษัทรับจ้างผลิตในญี่ปุ่น เยอรมนี และเกาหลี เพิ่มเติม
สำหรับภาพรวมของตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ปีที่ผ่านมา (2568) ยังเติบโตได้ดี โดยมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 18,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากปี 2567 ประมาณร้อยละ 6 เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพช่องปากมากขึ้น ควบคู่ไปกับความต้องการผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์การดูแลในระยะยาว
เมื่อแยกเฉพาะตลาดพรีเมียม ปีที่ผ่านมามีมูลค่า 4,000 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 10 จากปีก่อนหน้า โดยผู้บริโภคยอมรับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและนวัตกรรมเพิ่มมากขึ้น
ส่วนเดนทิสเต้ ครองความเป็นที่ 1 และผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากพรีเมียมในประเทศ โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มนี้ อยู่ที่ร้อยละ 30 และเติบโตมากกว่าตลาด อยู่ที่ร้อยละ 20 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ด้าน คุณ ศิวกร พิทยานุกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท สยามเฮลท์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า จากการเติบโตของ ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก สะท้อนให้เห็นว่าตลาดฯ ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา เพราะผู้บริโภคใส่ใจกับการดูแลช่องปากกันมากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เอง ก็ยังสามารถรักษาระดับการเติบโตที่ระดับร้อยละ 20 ได้อย่างต่อเนื่องด้วย
ส่วนปี 2569 ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ร้อยละ 20-25 และหากทำได้ดีอาจสูงขึ้นถึงร้อยละ 30 ภายใต้งบการตลาดกว่า 400 ล้านบาท จะดำเนินการขับเคลื่อนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ ตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดพรีเมียมด้านนวัตกรรมดูแลช่องปาก ซึ่งปัจจุบันพบว่าผู้บริโภคคนไทยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น
ถัดมา คือการนำยาสีฟันพรีเมียมเข้าไปรุกหนักตลาดในอาเซียน และกลยุทธ์สุดท้าย คือร่วมมือกับ ลิซ่า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจผ่านรอยยิ้มที่มั่นใจ และสร้างการจดจำแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภค เจนวาย (Y) และเจนซี (Z) พร้อมทั้งส่งเสริมให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพช่องปากด้วยการทดลองใช้สินค้าในวงกว้าง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
