รีเซต

“หุ่นยนต์ใต้น้ำ” อัจฉริยะ พลิกโฉมการดักฟังภาษา “วาฬหัวทุย” แบบเรียลไทม์

“หุ่นยนต์ใต้น้ำ” อัจฉริยะ พลิกโฉมการดักฟังภาษา “วาฬหัวทุย” แบบเรียลไทม์
TNN ช่อง16
10 พฤษภาคม 2569 ( 18:09 )

ทีมนักวิทยาศาสตร์ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ ในการศึกษา วาฬสเปิร์ม (Sperm Whale) หรือวาฬหัวทุย ที่สื่อสารกันด้วยเสียงคลิกเป็นจังหวะ ด้วยการใช้นวัตกรรม หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำอัตโนมัติ ไกลเดอร์ (Glider) เพื่อติดตามและถอดรหัสบทสนทนาของยักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเลได้แบบเรียลไทม์

ปกติแล้ว วาฬหัวทุย ใช้เสียงคลิกในการนำทางและล่าสัตว์ นอกจากนี้ยังมีรูปแบบเสียงเฉพาะตัวที่เรียกว่า โคดาส (Codas) ซึ่งเชื่อว่าเป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างกัน แม้นักวิทยาศาสตร์จะรู้จักเสียงเหล่านี้มาตั้งแต่ปี 1957 แต่การศึกษาอย่างต่อเนื่องนั้นทำได้ยาก เพราะวาฬหัวทุย มักดำลงไปลึกกว่า 1.6 กิโลเมตร และใช้เวลาอยู่ใต้น้ำนานถึง 50 นาทีในทุก ๆ ชั่วโมง

ในอดีต การติดตามวาฬเหล่านี้ ต้องพึ่งพาอุปกรณ์แบบติดตัวที่หลุดออกได้ง่ายในไม่กี่วัน หรือเซนเซอร์แบบติดตั้งอยู่กับที่ ซึ่งจะเสียการติดต่อทันทีเมื่อวาฬว่ายจากไป แต่หุ่นยนต์ตัวใหม่นี้แตกต่างออกไป เพราะมันสามารถประมวลผลข้อมูล และปรับเส้นทางตามเสียงวาฬได้ทันทีขณะยังอยู่ใต้น้ำ

เดวิด กรูเบอร์ (David Gruber) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ โปรเจกต์ เซติ (Project CETI) อธิบายว่า หุ่นยนต์ตัวนี้ทำงานคล้ายกับรถยนต์ไร้คนขับ โดยมันสามารถตัดสินใจได้เองภายใต้สภาวะใต้น้ำ เพื่อรักษาตำแหน่งให้อยู่ใกล้กับฝูงวาฬได้เป็นเวลานาน 

และถึงแม้ตัวหุ่นยนต์จะเคลื่อนที่ได้ค่อนข้างช้า แต่มันมีความทนทานสูงและประหยัดพลังงานอย่างมาก โดยอาศัยการปรับแรงลอยตัวเพื่อเคลื่อนที่ขึ้นลง ซึ่งช่วยให้มันสามารถปฏิบัติภารกิจได้นานหลายเดือนหรืออาจเป็นปี

เป้าหมายสำคัญของโปรเจกต์นี้ คือการเก็บข้อมูลในระยะยาว เพื่อบันทึกทุกเสียงที่วาฬทารกส่งออกมาได้ตั้งแต่วันแรกที่เกิด ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อทั้งนักภาษาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และนักชีววิทยาทางทะเล ในการถอดรหัสภาษาของวาฬหัวทุย

นอกจากเรื่องภาษาแล้ว เทคโนโลยีนี้ยังช่วยให้เราเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า กิจกรรมของมนุษย์ เช่น การเดินเรือ การก่อสร้างนอกชายฝั่ง หรือการประมง ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมและการสื่อสารของวาฬอย่างไร เพื่อหาแนวทางในการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลที่ยั่งยืนต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง