รีเซต

‘มูลนิธิบ้านพระพร’ สถานพักพิงเด็กที่แม่อยู่ในเรือนจำ

‘มูลนิธิบ้านพระพร’ สถานพักพิงเด็กที่แม่อยู่ในเรือนจำ
TNN ช่อง16
12 สิงหาคม 2565 ( 11:10 )
54
‘มูลนิธิบ้านพระพร’ สถานพักพิงเด็กที่แม่อยู่ในเรือนจำ

แม่” คำสั้นๆแต่มีความหมายเด็กทุกคนที่เกิดมาล้วนต้องการความอบอุ่นจากแม่ผู้ให้กำเนิด แต่เด็กบางคนอาจจะไม่มีโอกาสนั้นเนื่องจากผู้ให้กำเนิดตนต้องถูกคุมขังเนื่องจากความหลงผิดทำให้ต้องห่างกัน สำหรับเด็กบางคนกว่าจะได้อยู่กับแม่และครอบครัวก็คงเติบโตจนเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่บางคนอาจไม่ได้เจอแม่ผู้ให้กำเนิด แม้จะเป็นวันแม่แต่ก็ไม่มีโอกาสได้อยู่ด้วยกัน นี่คือเรื่องราวของเด็กใน  ‘มูลนิธิบ้านพระพร’ สถานรับเลี้ยงเด็กที่พ่อแม่อยู่ในเรือนจำศาสนาจารย์สุนทร สุนทรธาราวงศ์ ประธานมูลนิธิฯ เล่าว่า ตอนนี้มีเด็กเกือบ 100 คน ส่วนหนึ่งเรียนหนังสือ บางส่วนเป็นเด็กอ่อนไม่ได้มาร่วม สองปีมานี้มูลนิธิได้ให้ความช่วยเหลือเด็กจำนวนมาก โดยเฉพาะเด็กติดผู้ต้องขัง ด้วยสถานการณ์โควิด ผู้หญิงหลายคนคลอดลูกแล้วไม่สามารถอยู่กับลูกได้ คลอดปุ๊บต้องกลับเข้าไปอยู่เรือนจำ เราไม่เคยรับเด็กอ่อน แต่สองปีหลังเรารับมาดูแล ซึ่งเป็นภาระที่ค่อนข้างหนักมาก

เราทำงานกับคนสามกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก ผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำ เราเข้าไปพัฒนาชีวิตและปรับทัศนคติของคนเหล่านี้ เขาออกมาแล้ว คนที่ไม่มีงานทำ ไม่มีที่อยู่ จะเอามาอยู่ที่นี่เพื่อฝึกวิชาชีพและจัดหางาน ปีนึงช่วยผู้พ้นโทษทุกคดีได้ 300-400 คนต่อปี , อีกกลุ่มหนึ่งคือเยาวชน ไม่มีที่อยู่เนื่องจากพ่อแม่ทิ้งถูกจับไปอยู่สถานพินิจ ซึ่งทางมูลนิธิรับเด็กเหล่านี้มาดูแลเช่นกัน และสุดท้ายจะเป็นเด็กเล็กที่เราดูแล 

อัมพร เย็นชื่น หรือ “พี่เล็ก” หัวหน้าแผนกบ้านแม่และเด็ก เคยเป็นอดีตผู้ต้องขังมาอยู่ที่นี่กับลูกตอนอายุ 6 ขวบ ตอนนี้ลูกอายุ 12 ปี แต่ก่อนค้ายาเสพติดและติดยา ทำงานตรงนี้มา 9 ปีแล้ว เด็กเหล่านี้เป็นลูกผู้ต้องขังและเด็กด้อยโอกาส แต่ส่วนใหญ่จะเป็นลูกผู้ต้องขัง เด็กมีประมาณ 72 คน ตั้งแต่แรกเกิด-12 ปี สำหรับเด็กแรกเกิด-1 ปี เราส่งเสริมด้านพัฒนาการต่างๆ ตามวัย เช่น ฉีดวัคซีน พอเริ่มสองขวบเรามีการสอนเตรียมอนุบาล


โดยทางมูลนิธิจัดการเรียนการสอนเอง มีพี่เลี้ยงของเราทำหน้าที่เป็นครู พอ 4 ขวบ เด็กๆ จะไปเรียนที่โรงเรียนวัดเทพลีลาจนถึง .6 พอ .1-6 ก็เป็นโรงเรียนเทพลีลา เราไปรับส่งทุกเคส ร่วมถึงมหาวิทยาลัยด้วย 

รู้สึกว่าเด็กๆเหล่านี้ไม่มีใครเห็นเราเป็นตัวแทน ก็ต้องทำให้ดีที่สุด พอเลี้ยงเด็กโตมา อย่างเด็กที่พูดได้ คำแรกที่เขาเรียกเราว่า “แม่” มันสุดยอดแล้ว เป็นคำที่เรารอคอย ถามว่าเด็กๆ เหล่านี้ได้รับโอกาสไม่ต่างจากเด็กข้างนอก มูลนิธิไม่เพียงให้การศึกษาอย่างเดียว ส่งเสริมเรื่องการกีฬา เช่น นำโค้ชอดีตทีมชาติมาสอน ส่วนเรื่องดนตรีมองเป้าเด็กอยากเรียนอะไรผลักดันได้เราก็ผลักดันให้สุดยอดเลย ไม่ใช่แค่เลี้ยงดูไปวันๆ” พี่เล็กพูดทิ้งท้าย

ตอนยังไม่มีโควิด ทางมูลนิธิจะพาน้องๆ ไปเยี่ยมแม่ในเรือนจำทุกเดือน พร้อมบอกเขาอย่างไม่ปิดบัง สอนเขาด้วยความจริงว่าผู้ใหญ่ทำผิด โดนจับนะ เด็กๆทำผิดก็โดนทำโทษ สอนจากประสบการณ์จริง เด็กเหล่านี้ร้อยละ 80 แม่พ้นโทษมาแล้วแต่ฝากไว้ เพราะไม่สามารถเลี้ยงดูได้ บางเคสเอากลับไปแล้วนำกลับมาฝากใหม่ เพราะเห็นงานที่มูลนิธิฯทำเป็นรูปธรรม ส่งเสริมอนาคตได้จริง

โดยวันนี้ก็มีผู้ใจบุญจาก บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ภายใต้กลุ่มธุรกิจ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชียหนึ่งในผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยูมินิ และ มอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดและธุรกิจที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจร สานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม ‘ดีต่อใจ By Millennium Auto’ ครั้งที่ 3 ภายใต้แนวคิด Millennium Auto Big Love ความรักที่ยิ่งใหญ่ จาก มิลเลนเนียม ออโต้


พร้อมจัดคาราวาน นำสิ่งของไปร่วมบริจาค และเลี้ยงอาหารกลางวัน แก่เด็กๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก ดรสัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชียนำคณะมามอบของในครั้งนี้ 

ศรัณย์ อรรถเวทยวรวุฒิ ผอ.ฝ่ายขาย บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด เผยว่า เริ่มจากความคิดอยากทำกิจกรรมตอบแทนสังคม ภายใต้โครงการดีต่อใจ บายมิลเลนเนียม ออโต้ ปี 2022 ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นโครงการต่อเนื่องจากสองโครงการแรก ที่เรามุ่งมั่นที่จะสร้างกิจกรรมดีๆ ให้กับสังคมพร้อมๆ กับพัฒนาการขายและการบริการ ซึ่งเดือนนี้ตรงกับเดือนสิงหาคม เป็นเดือนวันแม่ เป็นเดือนแห่งความรัก ความสุข ทุกคนยินดีส่งความรักให้กับทุกคนรอบตัว จึงจัดขึ้นภายใต้มิลเลนเนียม ออโต้ บิ๊ก เลิฟ 

ภาพโดยธนาชัย ประมาณพาณิชย์

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง