รีเซต

Kinetix AI เปิดตัว “KAI” หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไร้หน้า สัมผัส 18,000 จุด เตรียมผลิตจริงราคาจับต้องได้

Kinetix AI เปิดตัว “KAI” หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ไร้หน้า สัมผัส 18,000 จุด เตรียมผลิตจริงราคาจับต้องได้
TNN ช่อง16
7 พฤษภาคม 2569 ( 01:03 )

Kinetix AI บริษัทวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์จากเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการเทคโนโลยีด้วยการเปิดตัว KAI หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ขนาดเท่าคนจริงแบบไร้หน้า ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่องานบริการและเป็นผู้ช่วยในบ้านเรือน

หุ่นยนต์รุ่นนี้มาพร้อมกับนวัตกรรมล้ำสมัยทั้งในด้านความยืดหยุ่น การรับรู้สัมผัส และระบบปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อการใช้งานจริง 

การออกแบบสรีระและความยืดหยุ่นที่เหนือกว่า 

KAI มีรูปร่างและขนาดใกล้เคียงกับมนุษย์ โดยมีความสูงประมาณ 173 เซนติเมตร และน้ำหนัก 70 กิโลกรัม โครงสร้างของหุ่นยนต์ผลิตจากการผสมผสานระหว่างอะลูมิเนียมอัลลอยด์และวัสดุคอมโพสิต ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเซอร์โว และสามารถเดินด้วยความเร็วสูงสุดประมาณ 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  

สิ่งที่ทำให้ KAI โดดเด่นกว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นอื่นๆ ในตลาด คือ การมีองศาความอิสระ (Degrees of Freedom - DoF) สูงถึง 115 ระดับ ซึ่งช่วยให้สามารถเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงกับความยืดหยุ่นของมนุษย์มากที่สุด

โดยเฉพาะบริเวณมือทั้งสองข้างซึ่งมีความอิสระรวมกันถึง 72 ระดับ หรือข้างละ 36 ระดับ มือแต่ละข้างของ KAI ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยผสมผสานข้อต่อแบบแอคทีฟ 22 จุดเพื่อการควบคุมที่แม่นยำ เข้ากับข้อต่อแบบพาสซีฟอีก 14 จุด ที่ทำหน้าที่เป็นกลไกรับแรงกระแทกทางกล
 ข้อต่อพาสซีฟเหล่านี้ช่วยให้มือของหุ่นยนต์สามารถปรับตัวรับกับรูปทรงของวัตถุและดูดซับแรงกระแทกได้เอง โดยไม่ต้องรอการประมวลผลคำสั่งจากระบบ

ทำให้สามารถยกสัมภาระที่มีน้ำหนักสูงสุดถึง 20 กิโลกรัม ได้อย่างมีประสิทธิภาพผิวหนังสังเคราะห์และระบบรับสัมผัสสุดล้ำ เพื่อเสริมความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่คาดเดาไม่ได้ หุ่นยนต์ KAI ถูกห่อหุ้มด้วยผิวหนังสังเคราะห์ที่ติดตั้ง เซ็นเซอร์รับสัมผัสมากถึง 18,000 จุด

เซ็นเซอร์เหล่านี้มีความไวสูงมากจนสามารถตรวจจับแรงกระทำที่แผ่วเบาเพียง 0.1 นิวตันได้
 เทคโนโลยีนี้ส่งผลให้ KAI มีความสามารถในการรับรู้การสัมผัส (Haptic-aware manipulation) ทำให้หุ่นยนต์สามารถปรับรูปแบบการจับและพฤติกรรมการสัมผัสได้แบบเรียลไทม์จากข้อมูลที่ได้รับ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งในการหยิบจับวัตถุที่แตกหักง่าย หรือการโต้ตอบและทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย

ความฉลาดทางปัญญาประดิษฐ์ และการฝึกฝนผ่านโมเดล

ด้านระบบสมองกล Kinetix AI ได้นำระบบที่เรียกว่า World Model มาเป็นรากฐานความฉลาดของ KAI ระบบนี้ได้รับการฝึกฝนจากข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริง และสามารถจำลองสภาพแวดล้อม 3 มิติแบบอินเทอร์แอกทีฟได้ โมเดลดังกล่าวจะแบ่งการตัดสินใจออกเป็น 3 ชั้น ได้แก่ ชั้นพื้นฐาน ชั้นการกระทำ และชั้นการประเมินผล

หุ่นยนต์ KAI สามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและประเมินผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ล่วงหน้าก่อนที่จะตัดสินใจลงมือเคลื่อนไหวจริง

นอกจากนี้ หุ่นยนต์ KAI ยังถูกออกแบบให้รองรับการทำงานร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models) และสามารถเชื่อมต่อผ่านระบบ Ethernet และ Wi-Fi ได้อีกด้วย

สำหรับการฝึกฝนให้หุ่นยนต์เรียนรู้การทำงาน บริษัทได้พัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ที่เรียกว่า KAI Halo ซึ่งให้มนุษย์สวมใส่เพื่อบันทึกข้อมูลขณะทำกิจวัตรประจำวัน

โดยอุปกรณ์จะเก็บข้อมูลวิดีโอมุมมองบุคคลที่หนึ่ง การเคลื่อนไหวของร่างกาย และข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อนำไปสร้างเป็นชุดข้อมูลที่หลากหลายและเป็นธรรมชาติให้กับหุ่นยนต์

แหล่งพลังงานของ KAI มาจาก แบตเตอรี่แบบกึ่งโซลิดสเตต (Semi-solid-state battery) ขนาด 1.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
 การเลือกใช้แบตเตอรี่ประเภทนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อเพิ่มความปลอดภัย โดยลดความเสี่ยงของการเกิดปฏิกิริยาความร้อนสูงเกิน (Thermal runaway) ซึ่งมักเป็นปัญหาในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) ทั่วไป

ตัวแทนจาก Kinetix AI ย้ำว่า KAI ถูกออกแบบมาสำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีก งานบริการต้อนรับ (Concierge) และการเป็นผู้ช่วยในบ้านเรือน มากกว่าการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหนัก

หุ่นยนต์รุ่นนี้สามารถจัดการกับงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในชีวิตประจำวันได้หลากหลาย เช่น การคัดแยกสินค้า การประกอบผลิตภัณฑ์ การเรียงและนำจานออกจากเครื่องล้างจาน การพับเสื้อผ้า ไปจนถึงงานที่ละเอียดอ่อนมากๆ อย่างการร้อยด้ายเข้าเข็ม

บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเริ่มเดินสายการผลิตจำนวนมาก (Mass production) ภายในช่วงปลายปีนี้  โดยคาดการณ์ว่า ราคาจำหน่ายของหุ่นยนต์ KAI จะต่ำกว่า 40,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 130,325 บาท ซึ่งเป็นราคาที่น่าจับตามองในตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระดับโลก  

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง