รีเซต

ฤดูหนาวสหรัฐฯสั้นลง ใน 80% ของเมืองใหญ่ เฉลี่ยหายไป 9 วันในรอบหลาย 10 ปี

ฤดูหนาวสหรัฐฯสั้นลง ใน 80% ของเมืองใหญ่ เฉลี่ยหายไป 9 วันในรอบหลาย 10 ปี
TNN ช่อง16
2 มีนาคม 2569 ( 10:00 )
13

แม้หลายพื้นที่ของสหรัฐอเมริกาจะเพิ่งเผชิญพายุหิมะรุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ แต่ข้อมูลวิจัยล่าสุดกลับชี้ว่า “ฤดูหนาว” ของประเทศกำลังสั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ

รายงานใหม่จาก Climate Central องค์กรอิสระด้านวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศ ระบุว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลใน 195 เมืองทั่วสหรัฐฯ พบว่า ฤดูหนาวในปัจจุบันสั้นลงเฉลี่ย 9 วัน เมื่อเทียบกับช่วงปี 1970–1997 โดยกว่า 80% ของเมืองใหญ่ที่ศึกษา มีแนวโน้มฤดูหนาวสั้นลงอย่างชัดเจน

งานวิจัยกำหนดนิยาม “ฤดูหนาว” ว่าเป็นช่วง 90 วันที่หนาวที่สุดติดต่อกันในแต่ละปีของช่วงฐานข้อมูลเดิม (1970–1997) จากนั้นนำไปเปรียบเทียบกับข้อมูลในช่วง 28 ปีล่าสุด (1998–2025) ผลปรากฏว่า อุณหภูมิระดับที่จัดว่าเป็น “ฤดูหนาว” มาถึงช้าลงและสิ้นสุดเร็วขึ้นกว่าศตวรรษที่แล้ว

พื้นที่ที่ฤดูหนาวหดสั้นลงมากที่สุด ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มิดเวสต์ตอนบน และบางส่วนของภาคใต้ โดยเมืองจูโนและแองเคอเรจ รัฐอะแลสกา มีฤดูหนาวสั้นลงถึง 62 และ 49 วันตามลำดับ ขณะที่ประมาณ 15% ของ 295 เมืองที่วิเคราะห์ กลับมีฤดูหนาวยาวนานขึ้น โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งรัฐแคลิฟอร์เนียและหุบเขาโอไฮโอ

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวเผยแพร่ในช่วงเวลาเดียวกับที่หลายรัฐกำลังเผชิญพายุหิมะครั้งใหญ่ โดยสัปดาห์นี้เกิดพายุ “นอร์อีสเตอร์” ครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งนักอุตุนิยมวิทยาระบุว่าเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางแห่งมีหิมะตกหนากว่า 60 เซนติเมตร และบางจุดในรัฐโรดไอแลนด์สูงถึงกว่า 90 เซนติเมตร ทำลายสถิติที่เคยเกิดขึ้นในปี 1978

ศาสตราจารย์แมทธิว บาร์โลว์ ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ โลเวลล์ ชี้ว่า “ฤดูหนาวที่สั้นลง ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีฤดูหนาว” พร้อมอธิบายว่า เมื่อโลกอุ่นขึ้น ปริมาณหยาดน้ำฟ้ามีแนวโน้มตกหนักขึ้น แม้จำนวนวันที่หนาวจัดจะลดลงก็ตาม

กระแสพายุรุนแรงยังถูกหยิบยกมาเป็นข้อโต้แย้งโดยกลุ่มที่ปฏิเสธภาวะโลกร้อน รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ซึ่งเคยตั้งคำถามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า หากเกิดคลื่นความหนาวทำสถิติในหลายสิบรัฐ แล้ว “ภาวะโลกร้อนหายไปไหน”

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า เหตุการณ์หนาวจัดระยะสั้นในบางภูมิภาค ไม่ได้สะท้อนแนวโน้มภูมิอากาศระยะยาวทั่วโลก งานวิจัยก่อนหน้านี้ยังพบว่า การยืดตัวของกระแสลมวนขั้วโลก (polar vortex) อาจมีส่วนทำให้เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว และภาวะโลกร้อนเองก็อาจเร่งกระบวนการดังกล่าวอย่างย้อนแย้ง

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ (EPA) ภายใต้รัฐบาลของทรัมป์ ได้เพิกถอน “คำวินิจฉัยอันตราย” (endangerment finding) ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์สำคัญที่เปิดทางให้รัฐบาลสามารถควบคุมมลพิษที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน นโยบายดังกล่าวมีผลใช้มาตั้งแต่ปี 2009 และเป็นเครื่องมือสำคัญในการจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากยานยนต์และโรงไฟฟ้า ปัจจุบันมีองค์กรด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากกว่าสิบแห่งยื่นฟ้องคัดค้านการตัดสินใจดังกล่าว

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ฤดูหนาวที่สั้นลงส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต่อทรัพยากรน้ำ ผลผลิตทางการเกษตรในฤดูร้อน ฤดูกาลแพ้อากาศที่ยาวนานขึ้น ตลอดจนระบบนิเวศโดยรวม

ภาคเศรษฐกิจก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฤดูหนาวมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ในบางพื้นที่ของรัฐโคโลราโด จำนวนผู้เข้าใช้บริการสกีรีสอร์ตลดลงถึง 20% ในปีนี้ จากภาวะหิมะตกต่ำกว่าปกติ

นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า แม้เหตุการณ์หนาวจัดหรือพายุหิมะรุนแรงจะยังคงเกิดขึ้นได้ แต่ความถี่โดยรวมกำลังลดลง ขณะที่สังคมอาจมีทรัพยากรและความพร้อมรับมือเหตุการณ์สุดขั้วน้อยลงเรื่อย ๆ ท่ามกลางแนวโน้มฤดูหนาวที่อุ่นและสั้นลงอย่างต่อเนื่อง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง