รีเซต

กรณ์ ซัดวิกฤตพลังงานเกิดจากบริหารรัฐล้มเหลว

กรณ์ ซัดวิกฤตพลังงานเกิดจากบริหารรัฐล้มเหลว
TNN ช่อง16
25 มีนาคม 2569 ( 12:08 )
9

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก วันที่ 25 มีนาคม 2569 ซึ่งมีการเสนอญัตติด่วนเรื่องวิกฤตพลังงาน นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายต่อที่ประชุม โดยเริ่มต้นด้วยการชี้ให้เห็นว่าญัตติครั้งนี้แตกต่างจากหลายครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นปัญหาที่กระทบประชาชนทุกคนโดยตรง ทั้งด้านการเดินทาง การใช้ไฟฟ้า และค่าครองชีพ

นายกรณ์ระบุว่า ประชาชนทุกกลุ่มได้รับผลกระทบ ตั้งแต่ผู้ใช้รถยนต์ เกษตรกรที่ต้องใช้น้ำมันในการขนส่งผลผลิต ไปจนถึงผู้บริโภคทั่วไปที่ต้องเผชิญต้นทุนสินค้าเพิ่มขึ้น พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า แม้สงครามในตะวันออกกลางจะส่งผลต่อราคาพลังงานทั่วโลก แต่ระดับความเดือดร้อนในประเทศไทยรุนแรงกว่าหลายประเทศ

“วิกฤตที่พี่น้องประชาชนต้องประสบวันนี้ จริงอยู่สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อทั่วโลก แต่ความเดือดร้อนของคนไทยอยู่ในระดับที่เทียบไม่ได้กับหลายประเทศ ปัญหานี้มีที่มาจากการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ล้มเหลว”

นายกรณ์กล่าวว่า การอภิปรายครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสนอข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ไขให้รัฐบาลนำไปดำเนินการ พร้อมย้ำว่าความเดือดร้อนของประชาชนในขณะนี้เกิดขึ้นในวงกว้าง

ชี้ปัญหาน้ำมันขาดเกิดจากระบบ ไม่ใช่ทรัพยากร

นายกรณ์อธิบายว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านพลังงานครบถ้วน ทั้งกำลังการกลั่นที่มากกว่าความต้องการในประเทศ มีโรงกลั่นขนาดใหญ่ 6 แห่ง และมีการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปประมาณ 15% ของกำลังผลิต อีกทั้งยังมีสถานีบริการน้ำมันมากกว่า 5,000 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังต้องเข้าคิวซื้อน้ำมันตั้งแต่ช่วงเช้ามืด และถูกจำกัดปริมาณการซื้อ

“ประเทศไทยมีทุกอย่างครบถ้วน มีโรงกลั่น มีน้ำมันสำรอง มีปั๊มน้ำมันกว่า 5,000 แห่ง แต่ประชาชนกลับต้องตื่นตีสามไปเข้าคิวซื้อน้ำมัน นี่ไม่ใช่ปัญหาทรัพยากร แต่เป็นปัญหาการบริหารจัดการ”

นายกรณ์แจกแจงปัญหาเป็น 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การส่งน้ำมันจากโรงกลั่นไม่ครบตามความต้องการ การขาดระบบติดตามน้ำมันแบบครบวงจร โครงสร้างราคาที่แบ่งหลายตลาดจนเกิดการเบียดซื้อ และปัญหาสภาพคล่องของกองทุนน้ำมัน

“คำถามที่ประชาชนอยากรู้คือน้ำมันอยู่ที่ไหน รัฐบาลขาดข้อมูลในการติดตามน้ำมันทุกหยดว่าถูกส่งไปที่ใคร”

โครงสร้างราคา 3 ตลาด ทำระบบบิดเบือน

นายกรณ์อธิบายว่า โครงสร้างราคาน้ำมันในไทยมี 3 ตลาด ได้แก่ ราคาหน้าปั๊มที่ได้รับการชดเชย ราคาขายส่ง และราคาน้ำมันสำหรับภาคประมง ซึ่งไม่ได้รับการชดเชยในรูปแบบเดียวกัน

สถานการณ์ปัจจุบันทำให้ราคาบางตลาดสูงกว่าราคาหน้าปั๊ม ส่งผลให้ผู้ซื้อจากตลาดอื่นเข้ามาใช้สิทธิในตลาดราคาต่ำ เกิดการแย่งซื้อ และทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงน้ำมันได้ยาก

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมของกองทุนน้ำมัน โดยชี้ว่าประชาชนอาจต้องรับภาระหนี้ในอนาคต ทั้งที่มีการใช้สิทธิชดเชยโดยกลุ่มผู้ใช้รายใหญ่

กองทุนน้ำมันขาดสภาพคล่อง กระทบการส่งน้ำมัน

นายกรณ์ระบุว่า กองทุนน้ำมันมีหนี้สะสมมากกว่า 20,000 ล้านบาท และยังไม่สามารถกู้เงินได้เนื่องจากไม่มีมติคณะรัฐมนตรี ส่งผลให้ผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นขาดสภาพคล่อง

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การส่งน้ำมันเข้าสู่ระบบลดลง เพราะยิ่งจำหน่ายยิ่งต้องรอการชดเชย

เสนอปรับสูตรราคา ลดภาษีทันที

ในด้านราคา นายกรณ์ชี้ว่ารัฐบาลปล่อยให้ค่าการกลั่นสูงกว่าปกติหลายเท่า และยังคงใช้สูตรอ้างอิงราคาสิงคโปร์ ทั้งที่ประเทศไทยมีโรงกลั่นของตนเอง

“ค่าการกลั่นสูงกว่าปกติหลายเท่า ขณะที่ภาษีสรรพสามิตดีเซล 6 บาท 95 สตางค์ ยังไม่ลดแม้แต่น้อยในช่วงวิกฤต”

ข้อเสนอสำคัญคือให้จัดเก็บกำไรส่วนเกินจากโรงกลั่น และลดภาษีสรรพสามิตทันที โดยระบุว่าหากดำเนินการพร้อมกัน ราคาน้ำมันสามารถลดลงได้ประมาณ 9 บาทต่อลิตร

เตือนค่าไฟมีแนวโน้มขึ้นจาก LNG เพิ่ม 100%

ในประเด็นค่าไฟ นายกรณ์ระบุว่าต้นทุนพลังงานไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นจากราคาก๊าซ LNG ที่ปรับตัวจากประมาณ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อหน่วย เป็นกว่า 21 ดอลลาร์ภายในระยะเวลาประมาณ 1 เดือน

“ราคา LNG เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จะส่งผลต่อค่าไฟโดยตรง”

พร้อมเสนอให้ลดการพึ่งพาก๊าซ เปิดโอกาสให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป และให้ภาคเอกชนสามารถซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง

ยกบทเรียนวิกฤตรัฐบาลในอดีต

ช่วงท้ายของการอภิปราย นายกรณ์กล่าวถึงบทเรียนจากอดีต โดยระบุว่าแต่ละรัฐบาลต่างเผชิญวิกฤตของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการเงินโลก วิกฤตน้ำท่วม หรือวิกฤตโรคระบาด

“ทุก ๆ รัฐบาลจะมีวิกฤตของตนเอง ของพวกเราก็เคยมีวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ รัฐบาลอื่นมีวิกฤตน้ำท่วม หรือโควิด วิกฤตของรัฐบาลนี้คือวิกฤตสงครามตะวันออกกลาง”

พร้อมย้ำว่าความคาดหวังของประชาชนคือรัฐบาลต้องบริหารจัดการเพื่อไม่ให้ผลกระทบรุนแรงเกินไป และไม่ควรใช้วิกฤตเป็นข้ออ้างในการแก้ปัญหาที่ล่าช้า

เรียกร้องรัฐมนตรีชี้แจงเอง

นายกรณ์เรียกร้องให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องออกมาชี้แจงต่อสาธารณะด้วยตนเอง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น

“ประชาชนต้องการฟังคำอธิบายจากผู้มีอำนาจตัดสินใจโดยตรง เพื่อสร้างความมั่นใจและลดความตื่นตระหนก”

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง