รีเซต

“ไข้หูดับ” ระบาด! พบผู้ป่วยแล้ว 314 เสียชีวิต 13 ราย ย้ำอย่าบริโภคเนื้อหมูดิบ

“ไข้หูดับ” ระบาด! พบผู้ป่วยแล้ว 314 เสียชีวิต 13 ราย ย้ำอย่าบริโภคเนื้อหมูดิบ
TNN ช่อง16
8 สิงหาคม 2566 ( 12:00 )
192
“ไข้หูดับ” ระบาด! พบผู้ป่วยแล้ว 314 เสียชีวิต 13 ราย ย้ำอย่าบริโภคเนื้อหมูดิบ

วันนี้ ( 8 ส.ค. 66 )นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา กล่าวถึง “โรคไข้หูดับ” ว่า เกิดจากการกินเนื้อหมู หรือเลือดหมูสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบหมูดิบ ลาบเลือดดิบ ที่มีเชื้อสเตปโตค็อกคัส ซูอิส  (Streptococcus suis) ปนเปื้อนอยู่ ซึ่งสถานการณ์ของโรคไข้หูดับในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 กรกฎาคม 2566 พบผู้ป่วยแล้ว 314 ราย และมีผู้เสียชีวิต 13 ราย ที่ จ.น่าน 1 ราย , จ.ตาก 2 ราย , จ.อุตรดิตถ์ 2 ราย , จ.กำแพงเพชร 1 ราย , จ.อุทัยธานี 1 ราย , จ.สมุทรสาคร 1 ราย ,จ.มหาสารคาม 2 ราย , จ.หนองคาย 1 ราย และ จ.นครราชสีมา 2 ราย


โดยสถานการณ์โรคหูดับในเขตสุขภาพที่ 9 จากรายงานล่าสุด พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 29 กรกฎาคม 2566 พบผู้ป่วยโรคไข้หูดับ จำนวน 73 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย  เมื่อแยกผู้ป่วยแยกเป็นรายจังหวัด พบว่า จ.นครราชสีมา มีผู้ป่วยมากสุด 58 ราย   และในจำนวนนี้ เสียชีวิตแล้ว 2 ราย  รองลงมาคือ จ.สุรินทร์ มีผู้ป่วย 9 ราย  , จ.ชัยภูมิ มีผู้ป่วย 3 ราย และ จ.บุรีรัมย์ มีผู้ป่วย 3 ราย  โดยอาชีพที่พบผู้ป่วยสูงสุดคือ อาชีพรับจ้าง คิดเป็นร้อยละ 34.25 รองลงมาคือ เกษตรกร ร้อยละ 28.77 และทำงานบ้าน ร้อยละ 12.33 ตามลำดับ


ซึ่งผู้ป่วยโรคไข้หูดับ มักจะบริโภคอาหารสุกๆดิบๆ โดยเฉพาะหมูดิบ ลาบเลือดดิบ ก้อยดิบ และดื่มสุราร่วมกับอาหารสุกๆดิบๆ รวมไปถึง พ่อครัวแม่ครัวและผู้ปรุงอาหารที่มีบาดแผลแล้วไปสัมผัสเนื้อหมูหรือเลือดหมูดิบๆ ที่มีเชื้อ ทำให้เสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับได้ เพราะเชื้อสเตปโตค็อกคัส ซูอิส จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และอยู่ในเลือดของหมูที่ติดเชื้อ อีกทั้งมีกระแสสังคมบนสื่อออนไลน์ได้รีวิวการรับประทานอาหารดิบ หรือมีพฤติกรรมการดื่มสุราร่วมกับรับประทานอาหารสุกๆดิบๆ มีผู้ติดตามรับชมจำนวนมาก อาจทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ หรืออยากลองทำตาม ทำให้เสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับได้


โรคไข้หูดับสามารถติดต่อผ่านทางบาดแผล รอยถลอก และทางเยื่อบุตา เมื่อได้รับเชื้อโรคไข้หูดับเข้าไปแล้ว ทำให้ผู้ติดเชื้อมีไข้สูงเฉียบพลัน โดยมีอุณหภูมิมากกว่าหรือเท่ากับ 38 องศาเซลเซียส  ปวดศีรษะ หนาวสั่น สับสนกระสับกระส่าย ปวดข้อ คอแข็ง หูหนวกหรือการได้ยินลดลงอย่างเฉียบพลัน การทรงตัวผิดปกติ หายใจลำบาก หัวใจเต้นเร็ว ความดันเลือดต่ำ มีจ้ำเลือดทั่วตัว ปวดตา ตาแดง หรือมองภาพไม่ชัด


จึงขอให้ประชาชนอย่าบริโภคหมูดิบหรือลาบเลือดดิบๆ รวมไปถึง อาหารปิ้งย่าง ควรมีอุปกรณ์คีบเนื้อหมูสุกและเนื้อหมูดิบแยกจากกัน ไม่ควรใช้ตะเกียบคีบหมูดิบ แล้วนำมารับประทาน เพราะหากติดเชื้อโรคไข้หูดับแล้วอาจทำให้สูญเสียการได้ยินหรือที่เรียกว่าหูดับ จนถึงขั้นหูหนวกถาวรได้ ซึ่งประชาชนสามารถป้องกันโรคไข้หูดับได้โดยรับประทานเนื้อหมูหรือเลือดหมูที่ปรุงสุกเท่านั้น  ปรุงให้สุกผ่านความร้อนมากกว่า 70 องศาเซลเซียส ส่วนอาหารปิ้งย่าง ควรใช้อุปกรณ์คีบเนื้อหมูดิบและเนื้อหมูสุกแยกจากกัน และขอให้ยึดหลัก “สุก ร้อน สะอาด”


 นอกจากนี้ ไม่ควรรับประทานเนื้อหมูดิบร่วมกับการดื่มสุรา  เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่มีมาตรฐาน เชื่อถือได้ ไม่ควรซื้อจากแหล่งที่ไม่ทราบที่มาของหมู  และเมื่อมีผู้ที่สัมผัสกับหมูที่ติดโรค โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ขอให้สวมรองเท้าบู๊ทยาง สวมถุงมือ รวมถึงสวมเสื้อที่รัดกุมระหว่างทำงาน หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิดและล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422



ข้อมูลจาก : ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา 

ภาพจาก : ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดนครราชสีมา 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง